คืนนั้นอู๋ไป๋ดื่มเหล้าอยู่ที่ห้องของเฉินเยวียนจนถึงสี่ทุ่มกว่า
ทั้งคู่ดื่มกันจนได้ที่ อู๋ไป๋ถึงได้ลุกบอกลา กลับเรือนเป่ยเจี่ยวของตน
“ท่านหลินจางเหล่า กลับมาแล้วหรือขอรับ”
เสี่ยวซู่ได้กลิ่นเหล้าติดตัวอู๋ไป๋ จึงรีบยกชามาชงให้พลางเอ่ยถามเสียงอ่อนหวาน
“อืม ดื่มไปหน่อย ข้าจะพักผ่อนแล้ว ถ้าไม่มีอะไรอย่ามารบกวน”
พอไล่เสี่ยวซู่ออกไป อู๋ไป๋ก็จัดการวางค่ายกลลวงตาไว้ในห้อง จากนั้นก็แอบย่องออกไปหาหลินตั้นจวงโดยไร้สุ้มเสียง
ปล่อยไว้แบบนี้ ต่อไปสักวันเขาอาจอดใจไม่ไหวจนหลินตั้นจวงท้องขึ้นมาจริง ๆ
“ฮิ ๆ...” อู๋ไป๋อดหัวเราะในลำคอไม่ได้ นึกสงสัยว่าถ้าเฮ่ออวิ๋นอี้กับเจ้าตำหนักเก้าพบว่านักบุญหญิงของพวกตนท้องโตขึ้นมา จะมีท่าทีเช่นไร
คิดก็แค่คิด อู๋ไป๋ไม่มีทางทำแบบนั้นจริง ๆ หรอก
อู๋ไป๋เดินเลียบมาจนถึงริมทะเลสาบพลันสะดุ้งและรีบเก็บกลั้นลมปราณ ตรงจุดที่เขาเคยแอบดำน้ำลงไปมีกลิ่นอายพลังแกร่งกล้าสองสายปรากฏอยู่
หรือพวกมันจะจับพิรุธอะไรได้
อู๋ไป๋ใจหายวาบ แต่พอคิดอีกทีก็ไม่น่าใช่ ทุกครั้งเขาระวังตัวดีมาก ไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เลย สองคนนี้คงมาตรวจตราผ่านมาพอดี
“อีกไม่กี่วันนักบุญหญิงก็จะถูกส่งตัวไปแล้ว พวกเราจะได้ไม่ต้องมาเฝ้ายามทุกคืนอีก”
“ดีจริง! ตั้งแต่นักบุญหญิงมา ข้ายังไม่ได้นอนดี ๆ สักคืน เกือบลืมแล้วว่าตอนกลางคืนได้กอดผู้หญิงนอนมันเป็นยังไง”
“ใครจะไม่เป็น ข้าเองก็ไม่ได้แตะผู้หญิงมานานแล้วเหมือนกัน”
อู๋ไป๋กำลังมองหาที่อื่นเพื่อลงน้ำ พลันได้ยินเสียงสนทนาลอยมาเลา ๆ ก็ชะงักไป
