คราวนี้ทุกคนเชื่อคำพูดของอู๋ไป๋แล้ว
มู่จิ่วโจวพูดเสียงเข้มว่า “อาวุธเทวะ เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงเรียงนาม ไม่เคยเห็นของจริง”
“อาวุธเทวะนี่เป็นไม้บรรทัดหรือกระบี่กันแน่”
อู๋ไป๋ส่ายหน้า “ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเธอคือตัวซวย”
“กระบี่ฉัน!” ถังเป่าเอ๋อร์ได้สติ ถึงเพิ่งรู้ว่าความอยากรู้อยากเห็นทำให้อาวุธของตนหายไป
“กระบี่ผมก็หายด้วย”
“แล้วก็กระบองใหญ่ของผม”
หลินฉิงกับเหลียงหย่วนน้ำตาจะไหล อาวุธของพวกเขาเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง โดนอาวุธเทวะน่ารังเกียจนี่กลืนกินไปหมด
อู๋ไป๋ยิ้มขื่น “มีโอกาสจะหามาให้ใหม่”
เขาเองก็จนใจ จะให้เจ้าเถี่ยฉุยคายออกมาก็คงไม่ใช่เรื่องจริง
……
……
ตอนเช้า อู๋ไป๋ออกจากเมืองจิ้นเจียงมาที่เมืองหลวง
ออกจากสนามบินนั่งแท็กซี่ตรงไปภูเขาหลงจี่
“เจ้าเถี่ยฉุย ออกมาคุยกันหน่อย”
ระหว่างทาง อู๋ไป๋ตั้งใจจะเรียกเจ้าเถี่ยฉุยออกมาคุยกันดีๆ
แต่เจ้าเถี่ยฉุยแกล้งตาย ไม่ตอบสนองใดๆ เลย
นางรู้ดีว่าถ้าออกมาโดนดุแน่ๆ
อู๋ไป๋ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ล้มเลิก
ถึงภูเขาหลงจี่
“ท่านอ๋าว ท่านอ๋าว…”
อู๋ไป๋ตะโกนเรียกอยู่สองสามที
ทันใดนั้น วิสัยทัศน์พร่าเลือนไปชั่วขณะ พอรู้ตัวอีกทีก็อยู่ในมิติภายในของอ๋าวหวง
“เจ้ามาอีกแล้วหรือ”
อู๋ไป๋หันไปมอง เห็นอ๋าวหวงนั่งอยู่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้ จิบชาอย่างสบายอารมณ์
อู๋ไป๋กลอกตา “ท่านนึกว่าข้าอยากมาหรือ มีธุระ”
