หลินฉิงพยายามทำหน้าเศร้าอย่างหนักแน่น ในใจตะโกนว่า “ถ่ายรูปผมเร็ว มาขอวีแชทผมเร็ว เอากุญแจห้องมาให้ผมเร็ว”
ความรู้สึกที่มีผู้คนห้อมล้อมอย่างกับดาวล้อมเดือนนี่มันดีจริง ๆ
“อีตัวประหลาดที่ไหนวะ”
“หน้าเขาเป็นตะคริวหรือไง ทำไมปากเบี้ยวหน้าบูด”
“ไอ้อัปลักษณ์ หลบไป อย่ามาขวางฉันถ่ายรูปพี่ชายสุดหล่อ”
เด็กสาวใจกล้าไม่กี่คนช่วยกันผลักอกหลินฉิงจนโดนเบียดออกไปข้างนอก
หลินฉิงยืนงงค้างไปทั้งตัว รู้สึกแย่สุด ๆ
อู๋ไป๋และคนอื่น ๆ หัวเราะกันคอหักคอพับ
หลินฉิงเสียหน้าไม่ไหว จะเรียกว่าเขาเป็นอัปลักษณ์งั้นเหรอ ถึงหน้าตาจะสู้ชิงล่วนไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคำว่าขี้เหร่เลยนะ
“พวกแกเรียกฉันว่าอัปลักษณ์งั้นเหรอ”
“แกดูหน้าแกสิ เต็มไปด้วยหลุม เหมือนโดนปืนกลหนักกราดยิงมาแล้ว”
“แกน่ะ หน้าน่าเกลียดเหมือนที่เกิดเหตุรถชนบนทางด่วนเลย ยังจะกล้าเรียกว่าฉันอัปลักษณ์อีก”
“แล้วก็แก แป้งบนหน้าขูดออกมาแล้วเอาไปทาบ้านได้สามหลังสบาย...”
หลินฉิงเปิดโหมดสาดเสียให้ทันที สาดไปทั่ว จนเด็กสาวไม่กี่คนนั้นร้องไห้ออกมา
อู๋ไป๋เห็นท่าเรื่องจะบานปลาย มองไปรอบ ๆ เห็นร้านของเล่นเด็ก ก็พุ่งเข้าไปทันที
ไม่นานก็วิ่งพรวดออกมาพร้อมหน้ากากซุนหงอคงในมือ ช่วยเหลือชิงล่วนออกมาจากฝูงชนอย่างยากลำบาก วิ่งลากเขามาหยุดที่ห้องน้ำชายรวดเดียว แล้วสวมหน้ากากให้
อู๋ไป๋พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง พยักหน้าอย่างพอใจ พูดว่า “แบบนี้ดีขึ้นเยอะ ห้ามถอดเด็ดขาด เข้าใจไหม”
ชิงล่วนมองเขาอย่างงง ๆ
