“ฮ่าฮ่าฮ่า……น้องชายศิษย์ร่วมสำนักที่รัก ฉันรู้มาตลอดแล้วว่าเรื่องคุณธรรมอันประเสริฐของนายน่ะ แสดงออกมาเพื่อหลอกคนทั้งนั้น ไอ้หน้าซื่อใจคดแท้ ๆ”
“ศิษย์สำนักหยินชานทุกคนเห็นชัด ๆ แล้วใช่ไหม? มันขี้ขลาดกลัวตาย การบอกว่าจะฆ่าตัวตายก็แค่แสดงละครให้ดูเฉย ๆ”
“ซีเหมินจิงเย่ นายเผยหน้าตัวจริงของตัวเองจนได้สินะ ไอ้ตัวดีกลัวตาย หลอกพ่อฉันได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอก”
เยว่คุนเฟิงเย้ยหยันเสียงดัง
แต่ไม่มีใครให้ความสำคัญกับคำพูดของเยว่คุนเฟิงเท่าไรนัก
สายตาของทุกคนต่างหันไปมองไปยังทิศทางเดียวกันโดยไม่รู้ตัว
เงาร่างสูงตระหง่านก้าวเดินมาอย่างช้า ๆ
ร่างนั้นราวกับมีเวทมนตร์ ดึงดูดสายตาของทุกคน จนฝูงชนที่กำลังปะทะกันต่างหยุดชะงักโดยไม่รู้ตัว
ด้านข้าง ผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าต่างพันธุ์หลายคนมองดูร่างที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ใบหน้านั้นค่อนข้างคุ้นตา ดูเหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง?
“ใช่มันเหรอ?”
เสียงของหนึ่งในนั้นสั่นเครือ ใบหน้าซีดขาวโพลนทันที ราวกับเห็นผี
คนอื่น ๆ ก็นึกขึ้นได้เช่นกัน เคยเห็นภาพถ่ายของคนคนนี้มาก่อน
แต่คนนี้หายตัวไปเกือบครึ่งปีไม่มีข่าวคราว ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้?
“มันไม่ได้ขี้ขลาดกลัวตายหรอก แค่มันตายไม่ได้เท่านั้น ถ้ามันตาย พวกแกจะต้องสลายเป็นจุล วิญญาณกระจายสูญ ไม่มีโอกาสได้เวียนว่ายมาเกิดอีกด้วยซ้ำ”
เยว่คุนเฟิงมองร่างที่ก้าวเข้ามา แววตาเย็นชา เอ่ยว่า
“น้องชายศิษย์ร่วมสำนักที่รัก ลองดูสิว่านายพาสำนักหยินชานกลายเป็นแบบไหน ทุกคนในนี้ไม่รู้อะไรเลย หยิ่งผยองโอหัง”
