อู๋ไป๋คาดมาแล้วว่าครั้งนี้ที่เสิ่นเทียนจวินออกมาข้างนอก ฮ่องเต้ย่อมจะยกอำนาจให้เธอบริหารบ้านการ
แค่คิดว่าตัวเองจะได้จับงานราชการ และจะต้องเสียอิสระภาพไปตลอดกาล เสิ่นเทียนจวินก็ไม่มีความสุขเอาซะเลย
“นี่ก็แปลว่านายกำลังจะกลายเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่แห่งจักรวรรดิเสวียนเทียน ควรจะดีใจสิ”
ซีเหมินยุนอี้พูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม
อู๋ไป๋ขำใส่ “นายนี่คิดว่าขึ้นเป็นฮ่องเต้แล้ว จะมีสามวังหกตำหนัก ชุบหญิงงามทั้งแผ่นดินไว้ได้เลยหรือไง?”
ซีเหมินยุนอี้อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองเสิ่นเทียนจวิน “อ๋อ นี่ฉันลืมไปว่าเธอเป็นผู้หญิง แห้งเลยว่ะ”
“แต่ก็เถอะ มีเพื่อนเป็นฮ่องเต้ก็มีหน้ามีตาไม่เบานะ ไม่ใช่หรือ? อย่างน้อยในจักรวรรดิเสวียนเทียน เราจะได้เดินยกหน้าสูงสบายใจ”
“นายเป็นปูหรือไง ถึงได้เดินข้างๆ?” เสิ่นเทียนจวินแสดงสีหน้าเหยเก “อยากเป็นฮ่องเต้ของจริงน่ะ ยังอีกไกล รอฉันเรียนรู้การบริหารราชการแผ่นดินด้วยตัวเอง รับช่วงจักรวรรดิอย่างแท้จริงเสียก่อน ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี”
“ช่วงนี้ฉันไม่ต้องฝึกฝนเท่านั้น ยังต้องเรียนรู้การจัดการกิจการแผ่นดินอีก แค่คิดก็เห็นภาพตัวเองน่าสงสารแล้ว”
อู๋ไป๋ยิ้มทั้งที่ขันใจ
มองเสิ่นเทียนจวินหน้าบึ้งตึง ใบหน้าเล็กยับยุ่ยเหมือนซาลาเปา อู๋ไป๋จึงยิ้มแล้วพูด “ฉันมีวิธีจะสอนนายหนึ่งอย่าง ให้นายเก็บอิสระภาพไว้ได้อีกหนึ่งปี”
เสิ่นเทียนจวินตาเป็นประกายวาบ
“วิธีอะไร? สอนฉันเร็ว!”
อู๋ไป๋เอียงไปกระซิบข้างหูเธอเบา ๆ
เสิ่นเทียนจวินมองอู๋ไป๋อย่างกึ่งศรัทธากึ่งสงสัย “แบบนี้จะได้ผลจริงเหรอ?”
