สาวงามมองต้นไม้มารสวรรค์ พลางเอ่ยเรียบเฉย “แค่พวกแกก็กล้ามาท้าทายบารมีของคุณสามีตัวน้อยของฉัน หาที่ตายจริง ๆ”
“แถมยังมาเสียเวลาที่ฉันจะอยู่กับคุณสามีตัวน้อยอีก พวกแกยิ่งสมควรตาย”
พูดจบ นางเงยหน้ามองฟ้า เอ่ยเบา ๆ ประโยคหนึ่ง “ทำลายมันให้ฉัน”
นางพูดกับใครอยู่กัน?
ขณะที่อู๋ไป๋กับซีเหมินอวิ๋นอี้ยังงุนงงไม่หาย ก็มีเสียงครืนดังขึ้น
ฟ้าดินสั่นสะเทือน
แสงสว่างของทั้งโลกมืดสลัวลง
บนท้องฟ้า ลมพัดเมฆม้วนตัว เมฆดำบดบังตะวันมืดฟ้ามัวดิน
ตามมาด้วยสายฟ้าอันน่าสะพรึงที่ฟาดลงมาเสียงสนั่น
อู๋ไป๋กับซีเหมินอวิ๋นอี้ตกใจจนอ้าปากค้าง
ภัยพิบัติจากสวรรค์
ผู้หญิงคนนี้สั่งการภัยพิบัติจากสวรรค์ได้จริง ๆ
น่าตกตะลึงเกินไปแล้ว
สายฟ้าอันน่าสะพรึงเหมือนทางช้างเผือกที่พลิกคว่ำ ทะลักลงมาจากท้องฟ้า
อานุภาพของสายฟ้านี้ทำให้อู๋ไป๋กับซีเหมินอวิ๋นอี้ขนลุกซู่
กิ่งใบของต้นไม้มารสวรรค์สั่นไหว กิ่งก้านนับไม่ถ้วนดังซู่ซ่า ราวฝูงมารร่ายรำ
เถาวัลย์หนาแน่นรวมตัวเป็นสายเดียว ราวมังกรเขียวทะยานขึ้นฟ้า หวังต่อสู้กับเทียนเหลย
“ตูม!”
ฟ้าถล่มดินทลาย
เทียนเหลยพัดทำลายทุกสิ่ง เถาวัลย์จำนวนมากมายสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา
เทียนเหลยพุ่งลงมา ต้นไม้มารสวรรค์สูงหลายหมื่นเมตรราวกับทำจากกระดาษ พังทลายไม่หยุด กลายเป็นเถ้าถ่าน
จอมมารไร้รูปส่งเสียงคำรามด้วยความตกใจปนโกรธเกรี้ยว
ชั่วพริบตา ต้นไม้มารสวรรค์ทั้งต้นก็เปล่งแสงสีเลือดเลือนราง
กิ่งใบพุ่งส่ายอย่างบ้าคลั่ง
ถึงขั้นต้านเทียนเหลยที่ฟาดลงมาไว้ได้จริง ๆ
