จอมยุทธ์เทพคืนชีพ

ตอนที่ 2 ดูถูกคน

9 นาที· 2.1K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

หัวหน้าหลี่จ้องมองอู๋ไป๋ที่แต่งตัวซอมซ่อ พลางหัวเราะเยาะ “ก็แค่ต้องการเงินไม่ใช่เหรอ? ฉันทำไปก็หวังดีกับนายนะ ดูดเลือดเพิ่มอีกหน่อย เผื่อคนตระกูลหลินจะสงสารนาย แล้วให้เงินเพิ่ม”

อู๋ไป๋มองเขาด้วยแววตาเรียบเฉย หัวเราะเยาะอย่างดูแคลน หมุนตัวเดินออกไปข้างนอก

ตอนเดินผ่านเตียงผู้ป่วย เขาหยุดชะงักเล็กน้อย สายตาหยุดอยู่ที่เด็กสาวบนเตียงสักพัก

ที่ทวีปอู่จี๋ เขาไม่ได้เป็นแค่จอมยุทธ์จักรพรรดิธรรมดา ยังเชี่ยวชาญทั้งการแพทย์ การหลอมโอสถ อาคม ฮวงจุ้ย ล้วนรอบรู้ทุกด้าน

แม้ตอนนี้จะไร้พลัง แต่วิชาติดตัวยังอยู่ แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าโรคของคุณหนูหลินเป็นอะไร

“ปะป๊า…”

เห็นอู๋ไป๋ออกมา ถังถังก็วิ่งต้วมเตี้ยมเข้ามา

อู๋ไป๋ก้มตัวอุ้มเธอขึ้น สุดท้ายก็ก้าวเซเกือบล้ม

ร่างกายตอนนี้อ่อนแอเกินไป โดนดูดเลือดแค่นิดหน่อยก็แทบไม่ไหวแล้ว

“ปะป๊า ถังถังตัวหนักมากหรือเปล่า? ปล่อยถังถังลงเถอะ”

อู๋ไป๋ฝืนยิ้ม อุ้มถังถังหมุนไปสองรอบ พลางหัวเราะ “ดูสิ ถังถังไม่หนักเลยสักนิด”

ถังถังยิ้มใสซื่อบนใบหน้าน้อยๆ พ่อไม่เคยอ่อนโยนกับเธอแบบนี้มาก่อนเลย

“คุณคะ ต้องขอบคุณคุณจริงๆ นะ”

ผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตายังมีเสน่ห์คนหนึ่งเดินเข้ามา กล่าวขอบคุณอู๋ไป๋อย่างจริงใจ

ผู้หญิงคนนี้กับเด็กสาวบนเตียงมีคิ้วตาคล้ายกันมาก สงสัยจะเป็นแม่ลูกกันแน่ๆ

“ไม่ต้องเกรงใจครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำ”

ที่จริงก็แค่จนเกินไป…อู๋ไป๋บ่นในใจ

ผู้หญิงคนนั้นหยิบเช็คออกมา พูดด้วยความซาบซึ้ง “คุณช่วยชีวิตลูกสาวฉันไว้ น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ช่วยรับไว้ด้วยนะ”

อู๋ไป๋ไม่มีท่าทีเก๊กหรือเกรงใจอะไรแม้แต่น้อย เพราะนี่คือสิ่งที่เขาสมควรได้รับ

แต่ตอนที่เขากำลังจะยื่นมือไปรับ หมอหลี่เดินออกมาจากห้องผู้ป่วย เห็นเข้าพอดี จึงเดินเข้ามาขวางผู้หญิงคนนั้น มองอู๋ไป๋อย่างเจ้าเล่ห์ แล้วหัวเราะเยาะ

“คุณนายหลิน คุณไม่เห็นต้องขอบคุณเขาเลย เพราะเขาไม่ได้เจาะเลือดให้พอหรอก”

ผู้หญิงคนนั้นชะงักไป พลางถามอย่างร้อนใจ “เกิดอะไรขึ้น? เลือดไม่พอเหรอ?”

อู๋ไป๋มองหมอหลี่ด้วยสายตาเย็นชา พูดเรียบๆ “ผมเคารพนางฟ้าชุดขาว แต่ดูถูกเศษขยะอย่างคุณที่ดีแต่ใส่ชุดขาว รู้แต่ว่าทำให้วงการหมอเสื่อมเสีย”

หมอหลี่หรี่ตามอง “ไอ้หนู แกกล้าด่าฉันเหรอ?”

“ถ้าคนละที่ละก็ไม่ใช่แค่ด่าแล้ว แต่จะตบคุณ”

จู่ๆ แววตาของอู๋ไป๋ก็เฉียบคมราวกับมีด

หมอหลี่ถึงกับถอยกรูดไปสองก้าวด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเห็นแววตาที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน ทำให้รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว

อู๋ไป๋พูดเสียงเย็น “คนปกติบริจาคเลือดอย่างมากก็ไม่เกิน 400 ซีซี แต่ผมถูกเจาะเลือดไป 600 ซีซีแล้วยังไม่พออีก หรือว่าจะให้ดูดเลือดผมจนแห้งค่อยพอใจ?”

“แล้วอีกอย่าง ถึงคราวนี้คุณหนูหลินจะฟื้น แต่ไม่นานก็จะหมดสติอีก แค่ให้เลือดเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ”

คนตระกูลหลินมองอู๋ไป๋ด้วยสีหน้าไม่พอใจ คำพูดนี้ฟังดูคล้ายแช่งญาติของพวกเขา

หมอหลี่ได้ทีก็รีบฉวยโอกาส ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก “ไอ้บ้านนอกอย่างแกมามั่วพูดอะไร? แกเป็นหมอหรือฉันเป็นหมอ? คุณหนูหลินแค่เหยียบพลาดกลิ้งตกบันไดศีรษะกระแทก เสียเลือดมาก ขอแค่ให้เลือดก็ฟื้นแล้ว”

“คุณน่ะหรือหมอ อย่าทำให้คำว่าหมอเสื่อมเสียเลย ไสหัวไป หมอเถื่อน”

“แก…” หมอหลี่โกรธจนหน้าซีดเผือด

เขาหันไปหาชายวัยกลางคนในชุดสูทที่มีอำนาจบารมีคนนั้น พูดว่า “ประธานหลิน ไอ้หมอนี่เจตนาไม่ดีแน่ๆ มาแช่งคุณหนูหลิน ต้องไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ นะครับ ผมว่าแสนกว่านั่นไม่ต้องให้มันเลย”

หลินเสียงหรงมองอู๋ไป๋ด้วยสีหน้าบึ้งตึง “เห็นแก่ลูกสาวของแก ฉันไว้หน้าแกหน่อย ไสหัวไป อย่าให้ฉันเห็นแกอีก”

อู๋ไป๋หัวเราะเย็น “ดูท่าพวกคุณคงจะเบี้ยวไม่ยอมจ่ายสินะ?”

“แกแช่งคุณหนูหลิน แล้วยังจะเอาเงินอีก? ไม่หักขาแกก็บุญแค่ไหนแล้วที่ประธานหลินใจกว้าง” หมอหลี่พูดเสียดสีเต็มหน้า

อู๋ไป๋ตั้งท่าเตรียมระเบิดอารมณ์ แต่พอเห็นถังถังที่ทำหน้าหวาดกลัว สุดท้ายก็ระงับความโกรธในใจไว้

“พวกคุณมัน… นัก!”

อู๋ไป๋หัวเราะเยาะ อุ้มถังถังเดินไปที่ปากลิฟต์

แต่ตอนก้าวเข้าไปในลิฟต์ อู๋ไป๋ก็ชะงักฝีเท้า หันไปมองหลินเสียงหรงกับพวก พูดเรียบๆ “คุณหนูหลินไม่ได้สลบเพราะเหยียบพลาดตกบันได แต่สลบกะทันหันถึงได้กลิ้งตกบันไดต่างหาก”

“ถ้าผมเดาไม่ผิด เธอไม่ได้สลบแค่ครั้งเดียว น่าจะสลบบ่อยๆ และจำนวนครั้งก็จะถี่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าสลบอีกสักสองสามครั้ง เกรงว่าคงไม่ฟื้นขึ้นมาอีก”

พูดจบ อู๋ไป๋ก็หัวเราะเยาะแล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์

“เหอะ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียจริง เปิดปากก็กล้ามั่วพูดไปเรื่อย ผมว่า ประธานหลิน เขาแช่งคุณหนูหลินแบบนี้ ควรส่งคนไปหักขามัน สั่งสอนมันสักหน่อย”

หมอหลี่ยิ้มเหี้ยมยุแยง แต่พอเขาพูดจบกลับไม่มีใครสนใจ หันไปดูก็เห็นคนตระกูลหลินมีสีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ

จู่ๆ หลินเสียงหรงก็ตื่นเต้นขึ้นมา ตะโกนลั่น “เร็ว รีบไปเชิญเทพหมอคนนั้นกลับมา เร็วเข้า…”

หลินฉิงลูกชายคนโตของหลินเสียงหรงออกตัววิ่งไปที่ลิฟต์ทันที แต่ลิฟต์ลงไปแล้ว

“บันได ลงบันได ต้องเชิญเทพหมอกลับมาให้ได้ ถ้าเชิญกลับมาไม่ได้ แกก็ไม่ต้องกลับมา…” หลินเสียงหรงตะโกน

หลินฉิงไม่กล้ารอช้า หันหลังวิ่งไปที่ทางออกบันได

หมอหลี่งงไปหมด “ประธานหลิน ท่านนี่มัน?”

หลินเสียงหรงมองเขาแวบหนึ่ง น้ำเสียงตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย พูดว่า “ที่เขาพูดไม่ผิดเลยสักนิด ตั้นจวงเป็นลมหมดสติกะทันหันมาตลอด ตอนเด็กๆ หลายปีจะเป็นสักครั้งหนึ่ง แล้วก็ค่อยๆ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เดือนหนึ่งเป็นหนแล้ว”

หลินตั้นจวงคือชื่อของคุณหนูหลิน

หมอหลี่อึ้งไปเลย หน้าตาซื่อบื้อ

นานทีเดียว เขาถึงได้สติ พึมพำ “ไอ้หมอนั่นคงเดาถูกมั้ง? เราตรวจร่างกายคุณหนูหลินหมดทั้งตัวแล้ว ก็ไม่เห็นเจออะไรเลย”

หลินเสียงหรงแค่นเสียงเย็น ขมวดคิ้วพูด “อย่าว่าแต่พวกคุณเลย ฉันไต่ถามหาหมอดังๆ ทั่วประเทศ หมอดังไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศก็เคยตรวจมาแล้ว แต่ก็ตรวจไม่พบอะไรเลย”

“แต่เมื่อกี้คนนั้น แค่เดินเข้าห้องไปมองตั้นจวงแวบเดียว ก็บอกอาการทั้งหมดของเธอได้ ตรงเผงไม่มีผิด นี่จะบังเอิญเดาถูกได้ยังไง? เขาต้องเป็นเทพหมอฝีมือฉมังแน่ๆ มีความสามารถสูง”

หมอหลี่งงไปทั้งคน แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ พูดว่า “ประธานหลิน ตอนนี้พวกสิบแปดมงกุฎเยอะแยะนะครับ ท่านต้องระวังให้มาก ไอ้หมอนั่นอาจจะรู้ข้อมูลอาการของคุณหนูหลินมาจากช่องทางไหนก็ได้…”

“หุบปาก” หลินเสียงหรงมองหมอหลี่ด้วยสายตาเย็นยะเยือก “แกหมายความว่าไง? ไม่อยากให้ลูกสาวฉันหายดีหรือไง? โรคของตั้นจวงมีแต่คนในครอบครัวเราที่รู้ เขาจะไปรู้มาจากไหน?”

หมอหลี่ผวาจนตัวสั่น หลินเสียงหรงไม่ใช่คนที่เขาจะมีเรื่องด้วยได้ รีบพูดว่า “ประธานหลิน อย่าเพิ่งโกรธเลยครับ ผมแค่กลัวว่าท่านจะถูกหลอก”

หลินเสียงหรงแค่นเสียงเย็น

หมอหลี่ไม่กล้าส่งเสียงอีก แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็หันไปตวาดใส่หลินเสียงหรง “เพราะแกนั่นแหละ วางมาดฟอร์มใหญ่โตอะไร ทำให้เทพหมอโมโหไป ถ้าตามหาไม่เจอ ฉันไม่เลิกกับแกแน่”

หลินเสียงหรงพลันห่อเหี่ยว พึมพำ “ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นผู้มีฝีมือสูง ฉิงเอ๋อไปตามเชิญแล้ว แกวางใจเถอะ ไม่ว่าจะต้องจ่ายอะไร ฉันก็จะเชิญเขามารักษาโรคของตั้นจวงให้ได้”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป