จอมยุทธ์เทพคืนชีพ

ตอนที่ 3 กระเป๋าแบนราบเรียบยิ่งกว่าหน้า

10 นาที· 2.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

หลินฉิงวิ่งขึ้นบันไดเจ็ดชั้นรวดเดียว ขาสั่นไปหมด เหงื่อท่วมหน้า สำหรับคุณชายใหญ่สกุลรวยที่ถูกเลี้ยงประคบประหงมอย่างเขาแล้ว นี่มันออกกำลังกายหนักเกินขีดจำกัด

แต่ถึงจะรีบยังไงก็ช้าไปก้าวหนึ่ง ได้แต่มองตาปริบๆ ขณะอู๋ไป๋พาถังถังขึ้นแท็กซี่ขับจากไปอย่างรวดเร็ว

หลินฉิงยังพอมีหัวคิดอยู่บ้าง รีบจำเลขทะเบียนรถ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทรพลางวิ่งไปที่รถของตัวเอง

……

……

อู๋ไป๋พาถังถังมาที่ห้างหงหยวน

อากาศเริ่มหนาวแล้ว เขาต้องซื้อเสื้อผ้าหนาๆ ให้ถังถังสักสองสามชุด

เสื้อผ้าที่นี่ไม่ใช่ถูกๆ อู๋ไป๋กระเป๋าแบนราบเรียบยิ่งกว่าหน้า แต่เขาไม่กังวลเลยสักนิดว่าจะไม่มีเงินซื้อ... เพราะเดี๋ยวจะมีคนมาจ่ายเงินแทนเขาเอง

ชั้นสามของห้างเป็นโซนเสื้อผ้าเด็ก

อู๋ไป๋อุ้มถังถังขึ้นมาที่ชั้นสาม สองพ่อลูกแต่งตัวซอมซ่อ ดูไม่เข้ากับบรรยากาศที่นี่เลย

“ปะป๊า เรามาที่นี่ทำอะไรเหรอคะ”

ถังถังมองรอบตัวอย่างประหม่า เธอไม่เคยมาที่สวยๆ แบบนี้มาก่อน

อู๋ไป๋ยิ้มตอบ “แน่นอนว่ามาซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ให้ถังถังไงล่ะ”

ใครจะรู้ จู่ๆ ถังถังก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว มือน้อยๆ โอบคออู๋ไป๋แน่นแล้วร้องไห้ “ปะป๊า ถังถังไม่อยากได้เสื้อใหม่แล้ว ถังถังจะเชื่อฟังปะป๊า ปะป๊าอย่าเอาถังถังไปขายนะคะ ได้ไหมคะ”

ก่อนหน้านี้ เธอเห็นเด็กคนอื่นมีชุดสวยๆ ใส่ เธออยากให้พ่อซื้อให้สักตัว แต่กลับถูกตีอย่างแรง แล้วยังบอกว่าจะเอาเธอไปขายอีก จากนั้นมา ถังถังก็มีปมในใจ

พอเห็นอู๋ไป๋จะซื้อเสื้อสวยๆ ให้ ก็คิดว่าอู๋ไป๋จะเอาเธอไปขาย

หัวใจอู๋ไป๋บีบรัดอย่างแรง ชาติก่อนตัวเองมันเลวจริงๆ

“ถังถังเป็นเด็กดี อย่าร้องนะ ลูกคือสมบัติของปะป๊า ปะป๊าจะทนเอาลูกไปขายได้ยังไง ต่อจากนี้ปะป๊าสัญญา ต่อไปเราก็จะเหมือนเด็กคนอื่นๆ มีของกินอร่อยๆ มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ ได้แบกกระเป๋าใบเล็กไปโรงเรียน”

พอได้ยินว่าจะได้แบกกระเป๋าไปโรงเรียน ดวงตากลมโตดุจอัญมณีของถังถังที่กำลังร้องไห้ก็เปล่งประกายแห่งความหวัง

เด็กวัยเดียวกันกับเธอต่างก็แบกกระเป๋าน่ารักๆ ไปโรงเรียนอนุบาลกันแล้ว แต่เธอได้แต่อิจฉา

“ถังถังไม่เอาอะไรเลย ไม่เอาเสื้อสวย ไม่เอากระเป๋าน้อย ปะป๊าอย่าเอาถังถังไปขายนะ ได้ไหมคะ”

ถังถังหวาดกลัวจนเอาแต่กอดคออู๋ไป๋ ร่างเล็กๆ ตัวสั่นเทา เธอตกใจมาก

หัวใจอู๋ไป๋เจ็บแปลบ รีบปลอบถังถังเบาๆ “ถังถังไม่ต้องกลัว ปะป๊าไม่ขายลูกหรอก”

“จริงเหรอคะ”

อู๋ไป๋ยิ้มพลางยื่นมือออกมา “ปะป๊าสัญญา จะไม่ขายถังถัง ถ้าลูกไม่เชื่อ เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน”

สีหน้าหวาดกลัวบนใบหน้าเล็กๆ ของถังถังจางลงมาก ค่อยๆ ยื่นมือน้อยๆ ออกมา เกี่ยวก้อยกับอู๋ไป๋ นิ้วโป้งชนกัน “เกี่ยวก้อย สัญญา ห้ามเปลี่ยนไปอีก 100 ปี”

“เชื่อปะป๊าแล้วใช่ไหม”

ในที่สุดถังถังก็ยิ้มออกมา พยักหน้าน้อยๆ

อู๋ไป๋อุ้มถังถังเดินเข้าร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรูร้านหนึ่ง

พนักงานขายผู้มีรูปร่างเพรียวบาง แต่งหน้าเข้ม คางแหลมเดินเข้ามา ถามอย่างไม่ใส่ใจ “จะซื้อเสื้อผ้าเหรอคะ”

สังคมสมัยนี้ ล้วนดูที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก่อนจะให้เกียรติใคร ไม่เคยขาดคนที่ดูถูกคนอื่น

อู๋ไป๋กับถังถังแต่งตัวซอมซ่อเหลือเกิน แล้วอู๋ไป๋ยังเป็นง่อยอีก สายตาที่พนักงานขายมองพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความดูถูก

อู๋ไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย พยักหน้า “ช่วยเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะให้ลูกสาวผมสักสองสามชุด”

พนักงานขายพูดอย่างไม่ยี่หระ “เสื้อผ้าที่นี่นะคะ ถูกสุดก็เริ่มที่ 500 หยวน”

อู๋ไป๋หน้าคล้ำลง “ผมถามราคาคุณเหรอ”

พนักงานสาวกลอกตามโพลก ขนตาที่ต่อยาวเว่อร์จนแทบจะเกี่ยวหมวกหลุด เผยให้เห็นตาขาวเบ้อเริ่ม พูดอย่างดูถูก “ฉันแค่หวังดีเตือนคุณนะ คุณอาจจะเดินผิดที่แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ตลาดเล็กๆ ราคาถูกอย่างเสี่ยวซีเหมินนะคะ”

อู๋ไป๋โกรธสุดขีดแล้ว “ผู้จัดการพวกคุณล่ะ เรียกเขาออกมา ผมอยากถามว่า ปรัชญาการบริการของพวกคุณคือการดูถูกคนอื่นหรือไง”

“คุณด่าใครนะ” พนักงานสาวเหมือนหมาตัวเมียที่คลั่ง ดวงตาบิดเบี้ยวเล็กน้อย “คุณก็ดูสภาพซอมซ่อของตัวเองสิ คุณซื้อของที่นี่ไหวเหรอ เมื่อกี้ฉันก็เกรงใจมากพอแล้ว อย่าได้คืบจะเอาศอกนะ”

อู๋ไป๋ยิ้มเยาะ “จมูกปลอมนั่นเอาศอกไปก่ายได้เหรอครับ ผมกลัวเหยียบแฟบแล้วกลับมาไม่เหมือนเดิม”

“คุณว่าใคร สภาพซอมซ่ออย่างนี้ ไอ้คนจนอย่างคุณมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน ดูท่าทางตัวเองบ้าง ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกคุณจะเข้ามาได้ รีบไสหัวไป อย่ามาทำให้พื้นที่นี่สกปรก”

“อย่ารังแกปะป๊าฉันนะ... คนเลว... ฉันเกลียดคุณ...”

ถังถังเหมือนสิงโตน้อยที่กำลังโกรธ ร้องไห้พลางตะโกนใส่พนักงานสาว

พนักงานสาวเหลือบตามอง “ไอ้เด็กขอทาน ให้ไอ้ง่อยนี่พาแกไปขอทาน ไปเก็บขยะเถอะ พ่อแกเป็นง่อย แกก็เป็นไอ้ไร้ค่าเหมือนกัน”

“เพี้ยะ!”

เสียงตบดังสนั่น พนักงานสาวกุมหน้า ซวนเซถอยหลังไปไม่กี่ก้าว ล้มลงไปกองกับพื้น

ฉากนี้ ทำให้พนักงานสาวที่ยืนกระซิบกระซาบกันอยู่ไกลๆ ถึงกับตะลึงคาที่

มีเพียงอู๋ไป๋ที่สะบัดข้อมือแล้วพูดกับตัวเองว่า “ข้าไม่เคยตบผู้หญิง แต่ว่าไม่ได้บอกว่าไม่ตบหญิงร้ายกาจ ตกลงแล้วข้าถนัดลงมือมากกว่าปากจริงๆ เสียดายที่ก่อนหน้านี้เลือดออกเยอะไปหน่อย ร่างกายเลยอ่อนเปลี้ย ตบนี้เลยเบาไปหน่อย”

พนักงานสาวกุมหน้านั่งอยู่บนพื้น มองอู๋ไป๋อย่างไม่อยากเชื่อ ไม่เชื่อว่าชายที่ดูซอมซ่อคนนี้จะกล้าตบเธอ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเธอ แต่ก่อนพวกที่ถูกเธอดูถูกก็ได้แต่ทนจำยอม ก้มหน้าเดินจากไป

อู๋ไป๋ยิ้มเยาะ “ก็แค่มีซิลิโคนยัดอกมากกว่าคนอื่นอยู่สองตำลึงเท่านั้นเอง เอาความกล้ามาจากไหนคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น”

ในที่สุดพนักงานสาวก็ได้สติ ทันใดนั้นก็แหกปากร้องโหยหวน เสียงเหมือนหมูถูกเชือด “แกกล้าตีฉันเหรอ กูจะให้แฟนกูมาฟันไอ้สารเลวนี่ให้ตาย... ยาม ยาม...”

ไม่นานนัก รปภ.เจ็ดแปดคนใส่ชุดยูนิฟอร์มสีเทา ถือกระบองยางวิ่งกรูเข้ามา

ชายที่เป็นหัวหน้าท่าทางเหมือนพวกหัวหน้าหน่วย อายุราวๆ สี่สิบ หน้ามีแต่เนื้อ รีบเข้าไปประคองผู้หญิงที่ล้มอยู่ขึ้นมา “ที่รัก นี่เป็นอะไรไป”

คำว่าที่รักนี่แทบทำให้อู๋ไป๋อ้วกแตก น่าขยะแขยงเกินไปแล้ว

ผู้หญิงปากเบี้ยวหน้าบูดชี้หน้าอู๋ไป๋ตะโกน “เขาตบฉัน ดูหน้าฉันสิ ถูกเขาตบจนบวมหมดแล้ว ที่รัก คุณต้องช่วยฉันล้างแค้นเด็ดขาดนะ ไม่งั้นคืนนี้อย่าขึ้นเตียงฉัน”

หัวหน้ารปภ.มองอู๋ไป๋อย่างดุร้าย เห็นเขาแต่งตัวซอมซ่อ ในใจก็มีกึ๋นทันที พูดอย่างดูถูก “กล้าแตะต้องผู้หญิงของกู กูว่าแกอยากตายดีนัก เอาล่ะ ตีให้มันเละ ถึงขนาดแม่มันจำไม่ได้”

รปภ.หลายคนคว้ากระบองยาง รูปร่างดุร้ายราวกับซาตาน กรูเข้ามาล้อม

“คุณน้า อย่าตีปะป๊าผมเลย... อย่าตีปะป๊า...”

ถังถังตกใจจนร้องไห้

ดวงตาอู๋ไป๋เย็นเยียบ ตอนนี้เขาเป็นแค่คนธรรมดา และยังขากะเผลกอยู่ข้างหนึ่ง ไม่ใช่คู่มือของพวกนี้เลยสักนิด พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “มีอะไรก็มาเอาที่ผม อย่าทำร้ายเด็ก”

“ตีมันเลย อย่าไปฟังมันพล่าม”

หัวหน้ารปภ.ตะโกนลั่น

รปภ.หลายคนกวัดแกว่งกระบองยางพุ่งเข้ามา

อู๋ไป๋ก้มตัวเอาไว้ ป้องกันถังถังไว้ในอ้อมอก ขอแค่เธอไม่เป็นอะไรก็พอ

“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้นะทุกคน...”

ตอนที่กระบองยางของรปภ.กำลังจะโดนตัวอู๋ไป๋นั่นเอง ร่างหนึ่งก็โผเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่นคือหลินฉิง

“ปัง!”

คนอื่นๆ หยุดกันหมดแล้ว แต่ยังมีรปภ.คนหนึ่งเบรกไม่อยู่ กระบองยางฟาดลงบนแผ่นหลังของอู๋ไป๋

อู๋ไป๋เจ็บจี๊ด ร้องครางอู้อี้

หลินฉิงพุ่งเข้ามา เตะรปภ.คนนั้นกระเด็นล้มคว่ำไปทันที

“ไอ้ชั่ว พวกแกหูหนวกกันหมดแล้วหรือไง ไม่ได้ยินที่ข้าพูดเหรอ”

หลินฉิงกระโดดด้วยความโกรธ ตะโกนลั่น

มุมปากของอู๋ไป๋ยกขึ้นเล็กน้อย คิดในใจ กระเป๋าตังค์มาแล้ว

ไอ้หมอนี่มาช้าไปหน่อย ทำให้เขาโดนตีไปหนึ่งกระบอง จะให้มันชดใช้ยังไงดีล่ะ

ที่อู๋ไป๋ไม่มีเงินแล้วยังกล้ามาจับจ่ายที่นี่ ก็เพราะกะถูกแล้วว่าหลินฉิงจะต้องโผล่มา

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป