เมื่อเห็นแววตาอันเต็มไปด้วยความคาดหวังของหลินตั้นจวง อู๋ไป๋ก็รู้สึกจุกขึ้นที่ลำคอ
“ตั้นจวง ขอโทษด้วยนะ!”
อู๋ไป๋เอ่ยเสียงเบา
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่กล้าสบตาที่ผิดหวังของหลินตั้นจวง
แววตาของหลินตั้นจวงราวกับแสงดาวที่หม่นหมอง สูญสิ้นประกาย
“มีภารกิจอะไรหรือเปล่า? เฮ่ออวิ๋นอี้ส่งนายไปเหรอ?”
อู๋ไป๋ส่ายหัวเบา ๆ เม้มปากแน่น เขาไม่รู้จะบอกหลินตั้นจวงอย่างไรจริง ๆ ว่าเขาต้องไปช่วยคนอื่นก่อน
หลินตั้นจวงสีหน้าเศร้าสร้อย เธออยากกลับบ้านมาก อยู่ที่นี่ต่ออีกนาทีก็ทนไม่ไหวแล้ว
“อู๋ไป๋ นายเจอปัญหาหรือเปล่า?”
อู๋ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย แล้วในที่สุดก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
“ตั้นจวง ขอโทษด้วยนะ”
ใครจะคิด สีหน้าของหลินตั้นจวงกลับสว่างสดใสขึ้นมาทันที เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องขอโทษหรอก พวกเขาต้องการนายมากกว่าฉันเสียอีก ฉันสนับสนุนการตัดสินใจของนาย”
“อู๋ไป๋ ฉันอยู่ที่นี่ถึงแม้จะไม่มีอิสระ แต่อย่างน้อยก็ไม่มีภัยคุกคามถึงชีวิต แต่พวกเขาไม่เหมือนกัน ถ้านายไม่ช่วยพวกเขา พวกเขาก็ต้องตาย”
อู๋ไป๋เงยหน้ามองเธอ “ตั้นจวง ฉันสัญญากับเธอแล้วว่าจะต้องพาเธอออกไปให้ได้ เพียงแต่ว่าฉันต้องใช้เวลาสักหน่อย”
“ฉันเข้าใจ!” หลินตั้นจวงเดินมานั่งข้างอู๋ไป๋ แล้วเอนศีรษะซบไหล่เขาเบา ๆ “ฉันเชื่อมาตลอดว่านายเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด”
“อู๋ไป๋ การตัดสินใจของนายไม่ผิดหรอก ถ้าเป็นฉัน ฉันก็เลือกที่จะช่วยพวกเขาก่อนเหมือนกัน”
อู๋ไป๋หันมามองเธอ “เธอไม่โกรธฉันเหรอ?”
