“เปรี้ยง!!!”
ฝ่ามือโหดเหี้ยมของชางหยากระแทกฉานเสวี่ย์จนร่างแตกกระจายไปทั้งสี่ทิศ เหมือนทั้งตัวถูกระเบิดขึ้นมา
การล่วงลับของผู้ทรงพลังขั้นจักรพรรดิ สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ชั่วขณะนั้น ม่านฟ้าทั้งใบถูกหมอกเลือดปิดบัง ราวกับนรกภูมิบนโลกมนุษย์
แต่สีหน้าของชางหยากลับเปลี่ยนไปในทันที ความเจ้าเล่ห์เย็นชายิ่งทวีคูณ
เพราะเลือดของผู้ทรงพลังขั้นจักรพรรดินั้นเป็นสีทอง แต่ม่านฟ้าตรงหน้ากลับเป็นสีแดง
“เจี๊ยะ เจี๊ยะ เจี๊ยะ!!!”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันก้องกัมปนาททั่วทุกทิศ
สีหน้าของชางหยาบูดเบี้ยวราวกับคนที่พ่อแม่ตาย
เขาเหมือนกับนึกอะไรได้ทันที
“เล่นแรงสละเลือด!”
“ชางหยา ไอ้แก่ต่ำช้าไร้ยางอาย แกคิดว่าข้า...เจ้าแห่งเทพนี่ ฆ่าง่ายนักหรือ?”
เสียงของฉานเสวี่ย์ดังก้องขึ้น
หมอกเลือดทั่วทุกทิศไหลรวมตัวไปยังจุดหนึ่ง
ชั่วอึดใจ หมอกเลือดก็จางหายไป
ฉานเสวี่ย์ยืนหยุดบนม่านฟ้า ดวงตาแดงกล้ำจ้องมองชางหยา พลังสังหารบนร่างแน่นหนาราวกับจับต้องได้
ชางหยาเอ่ยเย็นเยียบ: “นายฝึกเล่นแรงสละเลือดสำเร็จซะแล้วเหรอ?”
“ชางหยา การร่วมมือกับคนขี้ขลาดแบบแก ข้าจะไม่เตรียมตัวสักนิดได้ยังไง”
เล่นแรงสละเลือดคือพลังวิเศษอันโหดเหี้ยมประเภทหนึ่ง อาศัยการสละชีวิตคนอื่นเป็นเครื่องบูชาเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง
ครั้งอดีตพวกเขาทั้งคู่ทรยศต่ออู๋ไป๋
คนที่ทรยศได้แม้กระทั่งนายเหนือหัว จะทรยศต่อพันธมิตรก็ไม่มีอะไรแปลก
ดังนั้นทั้งคู่ร่วมมือกัน แต่ก็ระแวงระวังกันและกัน
ฉานเสวี่ย์โหดเหี้ยมกระหายเลือด แต่นั่นไม่ได้แปลว่าไร้สมอง
เขาระวังชางหยาไว้ทุกทาง เลือดบริสุทธิ์ที่ใช้ฟื้นฟูบาดแผลเมื่อครู่ คือสิ่งที่เขาสลายสัตว์มีชีวิตนับไม่ถ้วนในมิติใหญ่หนึ่งแห่งมาเพื่อสกัดเอา
