เฮ่ออวิ๋นอี้กับหลัวหยวนเจี๋ยถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ประชดประชันกันไปมา
ทั้งคู่แสดงความรังเกียจที่มีต่ออีกฝ่ายอย่างโจ่งแจ้ง โดยไม่แม้แต่จะปิดบัง
อู๋ไป๋ยิ้มมุมปาก ดูท่าความแค้นของทั้งสองจะฝังลึก
แค่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกลียดกันขนาดนี้ ถ้ารู้สาเหตุก็อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้
สีหน้าของหลัวหยวนเจี๋ยดูย่ำแย่มาก
เดิมทีเขาคิดจะวางแผนเล่นงานเฮ่ออวิ๋นอี้ แต่ไม่นึกเลยว่าจะยิงตัวเองเข้าให้
เรื่องนี้ เฮ่ออวิ๋นอี้สามารถปัดความรับผิดชอบได้อย่างสิ้นเชิงด้วยข้ออ้างเรื่องมือสังหาร
แต่เขาจำเป็นต้องให้คำตอบกับฝั่งสภาปาจี๋
แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ปล่อยให้เฮ่ออวิ๋นอี้ได้ดูสนุกอยู่ฝ่ายเดียว เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง แล้วพูดเสียดสีว่า
“ท่านเจ้าตำหนักที่หก ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องรีบแก้ปัญหา สองคนนี้เป็นคนของสภาปาจี๋ ถ้าไม่ให้คำตอบที่น่าพอใจแก่พวกเขา เรื่องคงไม่จบ”
เมื่อเห็นหลัวหยวนเจี๋ยจนมุม เฮ่ออวิ๋นอี้ก็ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
เขาพูดเรียบ ๆ ว่า “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านเจ้าตำหนักที่เจ็ดหาทางไปให้คำตอบกับสภาปาจี๋แล้วล่ะ”
การให้คำตอบกับสภาปาจี๋เป็นเรื่องของหลัวหยวนเจี๋ย ไม่เห็นเกี่ยวกับเขาเลย เฮ่ออวิ๋นอี้คิดอย่างสมน้ำหน้า
หลัวหยวนเจี๋ยเห็นเฮ่ออวิ๋นอี้คิดจะถอนตัวแล้วยืนดูอย่างเลือดเย็น เขาจะปล่อยให้สมใจได้ยังไง
“ท่านเจ้าตำหนักที่หก ถึงพวกท่านจะเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็นมือสังหาร แต่คนพวกนี้ก็ถูกพวกท่านฆ่าอยู่ดี ถ้าส่งตัวฆาตกรให้สภาปาจี๋ ก็จะช่วยระงับความโกรธแค้นของพวกเขาได้”
อู๋ไป๋เลิกคิ้วเล็กน้อย ให้ตายสิ ถึงกับคิดหาเรื่องมาเล่นงานเขา
