“ผู้อาวุโสห้า พี่ชายอู๋ไป๋ ข้าก็อยากไปกับพวกท่านด้วย”
เหลยมู่มู่พูดด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวัง
อู๋ไป๋ไม่ได้คัดค้านอะไร
เหลยเจิ้นพยักหน้า “ได้ งั้นก็ไปด้วยกัน แต่เจ้าต้องบอกเจ้าสำนักก่อน”
เหลยมู่มู่ส่งเสียงอืมในลำคอ แล้วเดินไปด้านข้างเพื่อโทรหาหยวนเหิง
ไม่นานนางก็เดินกลับมาพร้อมพูดอย่างดีใจ “อาจารย์ปู่ข้าอนุญาตแล้ว”
อู๋ไป๋เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน จากนั้นก็จองตั๋วไปซีจิ้งให้เหลยมู่มู่หนึ่งใบ
ยามพลบค่ำ เครื่องบินลงจอดที่เมืองซีเฟิงในแคว้นซีจิ้ง
เหลยเจิ้นเอ่ยว่า “ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เราหาที่พักสักคืนก่อน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางเถิด”
อู๋ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย
ทั้งสามหาโรงแรมพักหนึ่งคืน
วันรุ่งขึ้น พวกเขานั่งรถไฟแล้วต่อด้วยรถบัสไปยังหมู่บ้านเถาหยวน
เมื่อมาถึงที่หมาย อู๋ไป๋ก็ตะลึงกับภาพตรงหน้า
หมู่บ้านไม่ใหญ่แห่งนี้หลงเหลือเพียงซากซากปรักหักพัง
บ้านเรือนพังทลายทั้งหมด ราวกับทั้งหมู่บ้านถูกพลิกคว่ำ เกือบถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง
เหลยเจิ้นกล่าว “ท้อแบนของที่นี่ขึ้นชื่อมาก ชาวบ้านปลูกท้อแบนเป็นอาชีพหลัก นับว่าค่อนข้างมั่งคั่ง แต่ใครจะคิดว่าเพียงชั่วข้ามคืน ทุกคนหายตัวไป”
อู๋ไป๋กวาดตามองไปรอบๆ หมู่บ้านนี้ขนาบด้วยพื้นที่เพาะปลูก เป็นแปลงท้อแบน เพราะเป็นฤดูหนาว ต้นท้อทั้งหมดถูกหุ้มด้วยพลาสติก ดูเวิ้งว้าง
นึกว่ายามดอกท้อบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ วิวทิวทัศน์โดยรอบคงงดงามยิ่ง
