พายุอันน่าสะพรึงกลัวโหมกระหน่ำอยู่นานกว่าจะค่อย ๆ สงบลง
“ตูม!”
เศษหินกระเด็นกระจาย
อู๋ไป๋ระเบิดหินรอบตัวจนแหลกละเอียด ดึงร่างของตนออกมาจากผนังภูเขา สองตาแหลมคมดุจเหยี่ยว กวาดมองหาร่างของโม่เหยียน
ซีเหมินอวิ๋นอี้และชิงหลวนก็ทยอยระเบิดหินรอบตัวออกมาจนได้
“ท่านอู๋ เห็นไอ้หมอนั่นมั้ย?”
ซีเหมินอวิ๋นอี้ปาดเลือดที่มุมปาก พลางมองหาโม่เหยียนไปด้วยถามไปด้วย
อู๋ไป๋ส่ายหัวเล็กน้อย แต่ร่องรอยกลิ่นอายที่เขาทิ้งไว้บนตัวโม่เหยียนนั้นหายไปแล้ว
“คงตายแล้วล่ะมั้ง”
ซีเหมินอวิ๋นอี้เหลือบมองอู๋ไป๋ การใช้คำว่าคง แสดงว่าอู๋ไป๋เองก็ไม่แน่ใจ
“หาดู ต้องเจอเป็น ๆ หรือตายก็ต้องเจอศพ!”
ทั้งสามอดทนต่อความเจ็บปวด ค้นหาศพของโม่เหยียน
แต่ภูเขาหลายลูกถล่มทลาย ด้านล่างถูกหินถมทับไปนานแล้ว หากโม่เหยียนตาย ศพต้องถูกฝังอยู่เบื้องล่างแน่ จะหาให้เจอคงไม่ง่ายนัก
ทั้งสามค้นหาอยู่นาน ก็ยังไม่เห็นศพของโม่เหยียน
“ท่านอู๋ ว่าไอ้หมอนี่มันตายถูกฝังใต้กองหินแล้ว หรือว่าหนีไปแล้ว?”
อู๋ไป๋ส่ายหัว พลังจิตของเขาตอนนี้ครอบคลุมได้หลายร้อยเมตรโดยรอบ
เขาตั้งใจสัมผัสโดยรอบกว่าพันเมตร ก็ยังไม่รับรู้ถึงกลิ่นอายของโม่เหยียน
สถานการณ์แบบนี้ตีความได้ไม่เกินสองอย่าง หนึ่ง สิ้นชีพสูญสิ้น กลิ่นอายสลายไป ย่อมสัมผัสไม่ถึง สอง โม่เหยียนหนีไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขาเอนเอียงไปทางข้อแรกมากกว่า
