ทุกคนต่างอึ้งไปตาม ๆ กัน
ภายใต้แรงกดดันจากเศษเสี้ยวจิตนี้ ไม่มีใครมีแรงจะขัดขืนเลยแม้แต่น้อย กระทั่งอู๋ไป๋ยังถูกกดทับ แต่คนคนนี้กลับกระโดดขึ้นมาได้
ซีเหมินอวิ๋นอี้ลูบหลังที่บาดเจ็บ เจ็บจนแยกเขี้ยวยิงฟันกล่าว "เฒ่าอู๋ แรงเมื่อกี้น่ากลัวชะมัด ฉันเกือบระเบิดตาย......โอ๊ย อะไรเนี่ย"
ก่อนหน้านี้ซีเหมินอวิ๋นอี้ถูกกดหน้าคว่ำจมดิน เลยไม่รู้ว่าเศษเสี้ยวจิตบรรพบุรุษตระกูลกู่ปรากฏตัว กำลังบ่นงึมงำอยู่ก็เห็นเงาสีทองขนาดใหญ่กลางอากาศ ตกใจสะดุ้งโหยง
อู๋ไป๋เข้าใจแล้ว สาเหตุที่ซีเหมินอวิ๋นอี้เคลื่อนไหวได้เป็นอิสระ ไม่ถูกแรงกดดันครอบงำ ต้องเป็นเพราะอ๋าวหวงลงมืออย่างลับ ๆ แน่
แต่ไอ้คนซื่อบื้อนี่ยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่ามีแค่เขาคนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดัน
เงาสีทองขนาดใหญ่กลางอากาศหันขวับมามองซีเหมินอวิ๋นอี้ คงจะงงไม่น้อยเลยว่าทำไมคนคนนี้ถึงไม่ถูกแรงกดดันของเขากดทับ
ซีเหมินอวิ๋นอี้ไม่กลัวฟ้าดิน เมื่อกี้ก็แค่ตกใจจริง ๆ พอเห็นเงาสีทองมองมา ยีนซื่อบื้อในกระดูกก็ตื่นขึ้น คิดไม่ทันขาดคำตวาดว่า
แกจ้องตาเป๋งจะขู่ใคร ระวังฉันให้เฒ่าอู๋กระทืบแกนะ
เขาคิดว่าที่ตัวเองเคลื่อนไหวได้อีกครั้งเป็นฝีมือของอู๋ไป๋
"มดปลวกตัวน้อย บังอาจล่วงเกินฤทธาสวรรค์"
เศษเสี้ยวจิตบรรพบุรุษตระกูลกู่ถูกยั่วโทสะชัด ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับฟ้าผ่า พุ่งตรงสู่เวิ้งฟ้า
กระทั่งอู๋ไป๋ยังถูกเสียงนี้กระทบจนแก้วหูบวมตึงเหมือนจะฉีกขาด
