ซีเหมินหยุนอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปบอกชิงหลวนว่า "ที่เขาพูดฟังดูมีเหตุผลนะ"
ชิงหลวนไม่เอ่ยปากสักคำ ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าอู๋ไป๋จะหน่วงความจำ
อู๋ไป๋เดินออกจากเต็นท์ใหญ่ ยืนอยู่ริมหน้าผา กวาดสายตามองค่ายใหญ่แดนตะวันตกรกร้ายที่ทอดยาวกว่าพันลี้ รู้สึกเวทนาใจอย่างบอกไม่ถูก
นึกย้อนถึงวันแรกที่มาถึงโลกปีศาจมืด ก้าวไปแต่ละก้าวลำบากเพียงใด
และวันนี้ ในที่สุดก็มาถึงวันที่ดอกไม้บานสะพรั่งเต็มถิ่น
ตัวเขาในตอนนี้คือเจ้าโลกปีศาจมืดโดยแท้
โลกใบนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
ซีเหมินหยุนอี้กับชิงหลวนเดินตามออกมา ยืนเคียงข้างอู๋ไป๋
"อู๋เฒ่า รู้สึกเหมือนฝันไปหมดเลยใช่ไหม"
อู๋ไป๋พยักหน้าเบา ๆ "ใช่! จากศูนย์สู่มี เรามีกันมากเกินไปแล้ว"
"มีทั้งแผ่นดิน มีทั้งพี่น้อง มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง ความทุกข์ทรมานที่ผ่านมาทั้งหมดก็คุ้มค่าแล้ว"
ซีเหมินหยุนอี้ยิ้มแล้วถาม "ยังจำได้ไหม วันแรกที่มาถึงโลกปีศาจมืด โดนฝูงมดปีศาจไล่ล่าจนวิ่งหนีกันทั่วเมือง"
"จำไม่ได้แล้ว"
ซีเหมินหยุนอี้มองอู๋ไป๋ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เต็มหน้าไร้คำพูด
เฮ้อ... สองคนนี้ยังสนุกกับการเล่นบทนี้ไม่เลิก หาโอกาสอยากหลอกถอนคำพูดจากปากเขาอยู่ร่ำไป
"อู๋เฒ่า แล้วนายยังจำได้ไหมว่าตัวเองเคยเป็นคนแบบไหน"
อู๋ไป๋พยักหน้า "เมียฉันบอกว่าฉันเป็นหนุ่มซื่อสัตย์รักษาคำพูด หนุ่มสะอาดสะอ้านไร้จุดด่าง"
"เหวอ..." ซีเหมินหยุนอี้ทำท่าอาเจียน
"เมียนายหลอกนายนะ ความจริงชื่อเสียงนายเน่ามาก แถมนิสัยก็ต่ำต้อย พูดได้เต็มปากว่าเทวดาเกลียดผีชัง"
