อู๋ไป๋ยังคงสุขุมไม่ตื่นตระหนก เหมือนจะเดาแล้วว่าโหม่ยไน่เหอจะไม่พูดถึงศีลธรรมของผู้มีวิชา แล้วจะออกอาการแบบนี้
“แกจะเอาตัวเองไปฝืนเข้าหาความตาย ก็อย่าโทษฉัน”
อู๋ไป๋ร่างพลันวูบ เร็วดุจแสงพราว พุ่งเข้าสังหารโหม่ยไน่เหอ
ใบหน้าโหม่ยไน่เหอซีดเผือด จิตวิญญาณเทพสั่นสะท้านจนแทบขาด
“ฆ่ามันซะ!”
ไป๋ชืออี้ก็ตะโกนลั่นในจังหวะนั้น
เงาร่างทั้งหลายพุ่งเข้าหาอู๋ไป๋ ความเคลื่อนไหวสังหารที่น่าสยองมารวมกันเป็นหนึ่ง น่าขนลุกยิ่ง
“เหล่าขยะแห่งเทพภูมิ อยากจะรังแกเรางั้นสินะ ลองถามท่านปู่ซีเหมินของแกดูว่ายินยอมไหม!”
ซีเหมินหยุนอี้อัญเชิญก้อนอิฐทองคำออกมาเตรียมพุ่งทะยาน แต่เสี่ยวชิงดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน
“อย่าไปเป็นภาระตัวถ่วงให้อู๋ไป๋”
“…เฮ้ย! งั้นให้เรามองเล่น ๆ อยู่แบบนี้ ดูที่อู๋เก่าถูกพวกไอ้พวกต่ำต้อยพวกนี้รังแกงั้นเหรอ”
เสี่ยวชิงยิ้มเยาะ “อยากรังแกอู๋ไป๋ พวกมันยังห่างไกลอีกมาก”
เหล่าผู้แข็งแกร่งหลายร้อยคนพุ่งเข้าหาอู๋ไป๋ราวฝูงสุนัขบ้า
ทว่าอู๋ไป๋กับโหม่ยไน่เหอกลับหายไปอย่างกะทันหัน
ก่อนที่พวกเขาจะทันได้สติ ทั้งสองก็ปรากฏตัวอีกครั้ง
ศีรษะหนึ่งดวงพุ่งกระเด็นเข้าหาคนที่กำลังพุ่งเข้ามา
ไป๋ชืออี้กับพวกรู้สึกหนังศีรษะชาวูบ
เพราะโหม่ยไน่เหอถูกฟันคอด้วยดาบเดียว ศีรษะกับร่างแยกจากกัน
อู๋ไป๋ถือดาบกว้างในมือ แววตาเย็นเยียบ
ชุดเกราะจอมยุทธ์จักรพรรดิคลุมทั่วทั้งร่าง
ความหนาวเย็นผุดขึ้นในใจไป๋ชืออี้ จนต้องแอบถอยหลังไปหลบอยู่หลังฝูงชน
ความเคลื่อนไหวสังหารแผ่พราวรอบกายอู๋ไป๋ “อยากฆ่าฉัน? พวกแกมันก็แค่นี้เอง มันจะไปถึงไหน”
