คนอื่นๆ เห็นทางเข้าเปิด ก็หันไปมองหม่าปู้เวยอย่างพร้อมเพรียง
สมบัติราชาเซียนอยู่แค่เอื้อม ทุกคนตื่นเต้นดีใจ แทบอยากพุ่งเข้าไปทันที
หม่าปู้เวยมีท่าทางครุ่นคิด เงียบไปครู่หนึ่ง
“ในเมื่อสหายเสินลั่วบอกว่าเราเข้าไปได้ เราก็ต้องให้เกียรติ ทุกคนเข้าไปเถอะ ส่วนจะเจอวาสนาหรือไม่ ก็แล้วแต่โชคของแต่ละคน”
พูดจบ เขาก็นำหน้าเข้าไปก่อน
คนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็แย่งชิงกันกรูเข้าไปทางช่องเปิดอย่างไม่ยั้ง
หลังจากเข้ามา ด้านในเป็นทางเดินที่สูงหลายเมตร ต่อให้มีคนหลายสิบคนเดินพร้อมกันก็ไม่รู้สึกแออัด
ทุกคนเดินกันเร็วมาก กลัวจะตกเป็นรองและพลาดโอกาส
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าแซงหน้าหม่าปู้เวย
เขาเดินนำไปตลอดทาง พยายามตามให้ทันอู๋ไป๋ แต่อู๋ไป๋ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้ว
อู๋ไป๋ใช้จิตสัมผัสนำทาง
ก็เป็นอย่างที่เขาคาด ภายในภูเขาลูกนี้มีพื้นที่อีกมิติหนึ่ง
แต่สิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดก็คือ ครึ่งล่างของยอดเขาเป็นเนื้อหินแข็ง ครึ่งบนกลับกลวงโบ๋
ตำแหน่งที่เขาอยู่ตอนนี้ ดูเหมือนเป็นจัตุรัสร้างที่ถูกทิ้งร้าง กว้างใหญ่ไพศาล รอบข้างมืดสนิท
รอบๆ จัตุรัส มีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่หลายตน ทั้งยักษ์ถือกระบี่ขนาดยักษ์ และสัตว์ยักษ์ที่มีท่าทางน่ากลัวดุร้าย
อู๋ไป๋ไม่มีอารมณ์ไปสนใจสิ่งเหล่านี้
ความคิดของเขาในตอนนี้คือ หาสมบัติราชาเซียนให้เจอก่อนใคร
อู๋ไป๋เหาะขึ้นกลางอากาศ
จิตสัมผัสแผ่ปกคลุมรอบทิศ เพราะครึ่งบนของยอดเขากลวง ยิ่งสูงขึ้นพื้นที่ก็ยิ่งเล็กลง เหมือนบ่อน้ำ
