แปดโมงเช้า ฟู่เซินเหนียนมาตรงเวลามาก
ผู้กำกับเฉินอยู่ในห้องตัดต่อ ตรงหน้ามีจอสว่างอยู่สามจอ แต่ละจอกำลังเล่นวิดีโอคลิปนั้น
เทพบุปผายกกระบี่แทงแม่ทัพ
เขาได้ยินเสียงประตูเปิด จึงหันกลับมา
“กัปตันฟู่ ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะมีสง่าราศีขนาดนั้น ที่แท้ก็เป็นกัปตันรัฐวิสาหกิจ รากฐานดีงาม ไม่เลวเลยมิน่าคุณถึงกลัววิดีโอหลุดออกไปขนาดนี้”
“ลบไฟล์รวมถึงไฟล์ดิบทั้งหมดทิ้งซะ” ฟู่เซินเหนียนเข้าเรื่องตรง ๆ
ผู้กำกับเฉินชี้ไปที่เก้าอี้
“อย่าเพิ่งรีบร้อน นั่งลงก่อนแล้วค่อยๆ คุยกัน”
ฟู่เซินเหนียนไม่ยอมนั่ง
เขายืนอยู่หน้าประตู ไฟทางเดินด้านหลังเขาดับไปหนึ่งดวง ใบหน้าของเขาสว่างครึ่งหนึ่งมืดครึ่งหนึ่ง
ผู้กำกับเฉินพิงพนักเก้าอี้ นิ้วมือเคาะเบาๆ บนที่เท้าแขน
“กัปตันฟู่ผู้ยิ่งใหญ่ คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ยอดวิวของวิดีโอชิ้นนี้เท่าไหร่แล้ว? ยี่สิบสามล้านวิว คุณรู้ไหมว่ามันมีมูลค่าทางธุรกิจมากแค่ไหน?”
ฟู่เซินเหนียนไม่ได้พูดอะไร
ผู้กำกับเฉินลุกขึ้น เดินไปตรงหน้าเขา แหงนหน้ามองเขา
เขายิ้ม ในรอยยิ้มมีทั้งความลำพองใจใจและการหยั่งเชิง แถมยังแฝงความท้าทายเล็กน้อย
“กัปตันฟู่ ผมไม่ลบ แต่เรามาร่วมมือกันได้นะ ใบหน้าของคุณ บวกกับใบหน้าของเทพบุปผา ผมจะปั้นพวกคุณให้เป็นซุปตาร์ระดับท็อป”
เขายิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น
“อาชีพของพวกคุณทั้งคู่ดูดีมาก แต่ไม่ได้ร่ำรวยนะ คุณอาจจะหาได้มากกว่า แต่จะเทียบกับการเป็นซุปตาร์ที่รวยกว่าได้เหรอ? คุณเป็นคนฉลาด ลองคิดดูดีๆ”
มือของฟู่เซินเหนียนยกขึ้น
ผู้กำกับเฉินถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
แต่มือของฟู่เซินเหนียนแค่ล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา วางลงบนโต๊ะ
