มู่ฉางเกอไม่ได้ตอบคำถามชวนตายของซูมู่ แต่เธอก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน
เธอยืนนิ่งลังเลอยู่สิบกว่าวินาที ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงวางหมอนในมือลงข้างซูมู่ แล้วนั่งลงบนขอบเตียงไม้เก่า ๆ
ซูมู่ไม่ได้เร่งเธอเลยสักนิด เขาวางมือข้างหนึ่งรองศีรษะอย่างสบายใจ
พลางมองดอกไม้งามประจำมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ผู้เย็นชาและหยิ่งทระนงในยามปกติอย่างเงียบ ๆ
ในอากาศมีเพียงเสียงนาฬิกาแขวนเก่าบนผนังเดินติ๊กต่อก กับเสียงแมลงฤดูใบไม้ร่วงที่ดังแว่วมาจากนอกหน้าต่างเป็นครั้งคราว
หลังจากเงียบไปประมาณครึ่งนาที ในที่สุดมู่ฉางเกอก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนอะไรเข้า
“ซูมู่ วันนี้นายเสียเงินไปเยอะมากเพราะเรื่องแม่ฉัน แถมยังขับรถไปชนรถราคาแพงขนาดนั้นอีก”
ซูมู่ยกมือขึ้นตัดบทการแจกแจงบัญชีที่ไร้สาระของเธอทันที
“ฉันบอกเธอไปแล้วไง เงินของผู้ชายเธอก็มีไว้ให้ใช้ อย่ามาคิดบัญชีจุกจิกน่าเบื่อแบบนี้กับฉัน”
พอได้ยินประโยคนั้น มู่ฉางเกอก็กัดริมฝีปากล่างที่ซีดขาวของตัวเอง คราวนี้เธอไม่ได้แย้งแม้แต่คำเดียวกับคำเรียกสุดเอาแต่ใจอย่าง ‘ผู้ชายของเธอ’
เธอก้มหน้าลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะทำสิ่งที่ทำเอานักศึกษาชายทั่วมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ใจสลายได้ในทันที หากมาเห็นเข้า
เธอขยับเข้ามาหาเขาเอง ใช้แขนเรียวทั้งสองข้างยันอกซูมู่ไว้ แล้วหลับตาจูบเขาอย่างตั้งใจ
