ซูมู่ยืนอยู่ข้างเสาโรมันต้นหนึ่งตรงอาคารหลักของคฤหาสน์
มองนักศึกษาหญิงสี่คนที่ลงมาจากรถโรลส์-รอยซ์แฟนทอมคันยาวสองคัน
พูดตามตรง ภาพตรงหน้าชวนให้รู้สึกเหมือนหลงเข้ามาในกองถ่ายละครสั้นอะไรสักเรื่อง
ที่สำคัญคือสีหน้าของทั้งสี่คนชวนให้ตะลึงไม่แพ้กัน
ตั้งแต่ลงจากรถ จงหลิงก็อ้าปากค้างไม่หุบ
ปกติหัวของเธอมีแต่เรื่องซุบซิบ ตอนนี้กลับหันซ้ายหันขวาราวกับลูกข่าง..
ส่วนฟางจิ่นเซ่อทำหน้ามึนงงเหมือนโดนใครฟาดท้ายทอยด้วยกระบองเต็มแรง
ซูปั้นเซี่ยยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ตั้งแต่เท้าแตะทางเดินหิน คางของเธอก็แทบไม่ห่างจากไหปลาร้า
ก้มหน้าจนแทบจะมุดเข้าไปในอกตัวเอง
ต้องให้คนข้างหน้าลากจูงถึงจะเดินต่อได้
มีแค่มู่ฉางเกอที่ดูสงบที่สุด
แต่ซูมู่สังเกตได้อย่างเฉียบคมว่า ตอนเธอเดินเข้ามา ฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าปกติสองจังหวะเห็น ๆ
ที่สำคัญ มุมปากของเธอยกสูงกว่าตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไม่น้อย
เป็นรอยยิ้มภูมิใจเล็ก ๆ ที่แฝงความอวดอยู่หน่อย ๆ
ราวกับกำลังบอกทุกคนว่า เห็นไหม นี่แหละแฟนฉัน เก่งใช่ไหมล่ะ!
“มากันครบแล้วเหรอ?”
ซูมู่ถามอย่างไม่ใส่ใจ
ที่จริงก็เป็นคำถามไร้สาระ ห้องพักสี่คนจะมีคนที่ห้าโผล่มาได้ยังไง?
แต่จงหลิงกลับเด้งพรวดขึ้นมาราวกับสปริง แย่งตอบทันที
“ครบแล้ว ๆ”
“รุ่นน้องซูมู่ สวัสดี ๆ ฉันชื่อจงหลิง เป็นรูมเมตของฉางเกอ”
เธอพูดรวดเดียวจนแทบไม่ต้องหายใจ
เหมือนกลัวว่าถ้าพูดช้า ซูมู่จะจับพวกเธอยัดกลับเข้าไปในรถแล้วส่งกลับไป
ยิ่งไปกว่านั้น จังหวะกระโดดของจงหลิงแรงเกินไปหน่อย จนร่างกายกับจุดเด่นทั้งสองของเธอกระเด้งไปคนละทาง
ซูมู่เหลือบมองทุนเดิมของเธอ ก่อนยิ้มโดยไม่พูดอะไร
จากนั้นก็หันหลังพาสาว ๆ ทั้งสี่ที่ต่างมีความคิดในใจเดินเข้าไปในคฤหาสน์
ข้างนอกว่าดูเว่อร์แล้ว
ข้างในยิ่งตกแต่งหรูหราจนไม่เหมือนมนุษย์มนา
โถงกลางของอาคารหลักมีเพดานสูงอย่างน้อยหกเมตร
