เส่อหมิงส่ายหน้า “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
ถ้าตรวจพบจริง ๆ ว่าเธอโกงไพ่ เธอคงถูกจับไปนานแล้ว เขาแค่ลองหยั่งเชิงดูว่าเธอโชคดีจริง ๆ หรือแอบเล่นตุกติก
อย่างไรเงินที่เธอชนะก็ไม่ใช่เงินของเขา เขาแค่ร่วมมือกับบ่อน ชักชวนคนมาเล่นเท่านั้น
หลินมู่เซิงพาเหลิงจือเวยเก็บสัมภาระ จากนั้นก็ไปเช็กเอาต์ ก่อนเรียกแท็กซี่ไปโรงแรมแมนดารินโอเรียนตัล
จูหลินกับหลินซี่รู้ว่าเมื่อบ่ายเหลิงจือเวยชนะเงินไปอีกหลายล้าน แถมยังไถ่โฉนดตึกแถวเก่ากลับคืนมาทั้งหมด ทั้งคู่จึงดีใจมาก
จูหลินพูดขึ้นมาทันทีว่า “เวยเวย ในเมื่อตึกแถวเก่าไถ่คืนมาแล้ว เรากลับกันเถอะ!”
เธอคิดว่าแค่ชนะเงินคืนมาได้ครึ่งหนึ่งก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ถ้าเกิดเสียเงินที่ชนะกลับไปอีกจะทำอย่างไร หรือจะต้องเอาตึกแถวเก่าหรือร้านค้าไปจำนองอีกหรือ
หลินมู่เซิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “หลินหลิน เธอพาลูกชายกับโฉนดพวกนี้กลับไปก่อนดีไหม ร้านค้าหลายร้านก็ต้องมีคนดูแล”
จูหลินไม่ยอมกลับ “ถ้าคุณไม่กลับ ฉันก็ไม่กลับ ให้เสี่ยวซี่กลับไปก่อนก็ได้”
หลินซี่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ารับ “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าผมจะนั่งเรือกลับไป พวกเราไม่อยู่ที่ร้านกันสักคน ถ้ามีใครแก้บัญชีขึ้นมาคงยุ่งแน่”
เมื่อคิดว่าพี่ชายจะกลับเมืองกังในวันพรุ่งนี้ เหลิงจือเวยจึงตัดสินใจว่าจะพาเขาไปเล่นซิกโบที่โรงแรมแมนดารินหลังมื้อเย็น ส่วนพ่อแม่บุญธรรมจะได้พักผ่อนแต่เนิ่น ๆ
“พี่ชาย คืนนี้เราสองคนลงไปเล่นกันสักพักนะคะ คุณพ่อคุณแม่พักผ่อนเร็ว ๆ เถอะค่ะ”
หลินมู่เซิงพูดว่า “เวยเวย ตอนกลางคืนเอาตั๋วแลกเงินไปแลกเป็นเงินสดไม่ได้ ไปเล่นตอนกลางวันดีกว่า!”
เหลิงจือเวยมองพ่อบุญธรรมแล้วยิ้ม “คุณพ่อ หนูกับคุณแม่พกเงินมาคนละหนึ่งแสนสองหมื่นดอลลาร์ฮ่องกง แลกเป็นชิปไปแค่หนึ่งแสนเองค่ะ”
