ไม่นานทุกคนก็มาถึงหน้าตึกแถวสองชั้น จิ้นอวิ๋นเจิงอธิบายว่า “หลังจากพ่อได้เลื่อนตำแหน่ง พวกเราก็ย้ายจากตึกแถวด้านหน้ามาอยู่บ้านพักนายพลสองหลังที่เชื่อมต่อกันด้านหลัง เป็นบ้านสองชั้น มีสี่ห้องนอนสองห้องรับแขก และมีลานบ้านปิดล้อม
ตัวบ้านมีพื้นที่ 140 ตารางเมตร ถ้ารวมลานบ้านก็ 200 ตารางเมตร คุณปู่คุณย่าอยู่บ้านพักนายพลแบบเดี่ยวมาตลอด พวกเรากลับบ้านกันก่อน แล้วค่อยไปบ้านคุณปู่ทีหลัง”
เหลิงจือเวยรู้ว่า ในอาคารพักนายทหารทั่วไป นายทหารระดับกรมจะได้อยู่ตึกแถวสองห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก พื้นที่ 70-80 ตารางเมตร ส่วนนายทหารระดับกองพลจะได้ตึกแถวสามห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก พื้นที่ 110 ตารางเมตร
ผู้บัญชาการกองพลจะอยู่บ้านพักนายพลสองหลังที่เชื่อมต่อกัน มีเพียงผู้บัญชาการเขตทหารและผู้ตรวจการเท่านั้นที่ได้อยู่บ้านพักนายพลทั้งหลัง
“พี่ใหญ่ เรากลับบ้านกันก่อน ตอนเย็นค่อยไปเยี่ยมคุณปู่”
จิ้นอวิ๋นเจิงผลักประตูรั้วเข้าไป แล้วตะโกนเข้าไปในบ้านว่า “แม่ครับ ผมพาน้องสาวกลับมาแล้ว!”
เหลิงเยี่ยนกับจิ้นถิงจวิ้นวางงานในมือทันที แล้วรีบเดินออกมาต้อนรับ
จิ้นอวิ๋นอี้กับจิ้นอวิ๋นเช่อวิ่งตามออกมาติด ๆ จากนั้นโจวซือหมิ่นกับเสิ่นชิงเยว่ก็พากันมาถึงหน้าประตู
เหลิงเยี่ยนเดินเข้าไปจับมือลูกสาว สีหน้าเปี่ยมสุข “เวยเวยกลับมาแล้ว! อวิ๋นอี้ รีบไปจุดประทัดที่พ่อซื้อมาเร็ว!”
จิ้นอวิ๋นอี้ได้ยินดังนั้นก็วิ่งกลับเข้าไปในห้องรับแขกเพื่อหยิบประทัด โดยมีเด็กเล็กสามคนกระโดดโลดเต้นวิ่งตามไปด้วย
เหลิงเยี่ยนหันไปหาลูกสะใภ้ทั้งสอง แล้วเริ่มแนะนำให้ลูกสาวรู้จัก “เวยเวย นี่คือพี่สะใภ้ใหญ่ของลูก โจวซือหมิ่น ส่วนคนนี้คือพี่สะใภ้รอง เสิ่นชิงเยว่”
