“หา? มีจริงเหรอ?”
“มีจริง” ตี๋เหมิ่งลูบจมูก ก่อนพูดกับปลายสายอีกครั้ง “ลูกพี่ลูกน้องของเขาช่วยเขาไว้ไม่น้อย เครื่องมือที่ใช้ชำแหละศพก็เป็นลูกพี่ลูกน้องคนนั้นซื้อจากที่อื่นมาให้”
“จับตัวได้หรือยัง?”
“ได้แล้ว โจวซูฮุยยืนกรานไม่ยอมพูด ก็เพื่อถ่วงเวลาให้ลูกพี่ลูกน้องหนี มีคนอยู่หลายคนที่พวกเขาสองคนร่วมกันฆ่า”
“งั้นเรื่องผู้หญิงที่เขาพูดว่าทรยศ หลอกเอาเงินไปก็คงเป็นเรื่องโกหกเหมือนกัน”
“ใครจะไปรู้ ยังไงเรื่องนี้ก็แพร่ออกไปไม่ได้อยู่แล้ว เขาจะพูดยังไงก็ได้ทั้งนั้น”
“โอเค เข้าใจแล้ว พี่เหมิ่งทำงานเถอะ”
“งั้นแค่นี้ก่อน ฉันวางสายแล้วนะ”
หลังเสิ่นหมิงวางสาย เขาก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าโจวซูฮุยจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดจริง ๆ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ คนวิปริตคนหนึ่งส่งผลกระทบต่อคนวิปริตอีกคน
เหยื่อรายแรกที่โจวซูฮุยไม่ยอมพูดถึงนั้น ลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็นคนช่วยจัดการศพ ส่วนคนที่ชำแหละศพก็เป็นลูกพี่ลูกน้องคนนั้นเช่นกัน
“บ้าจริง วิปริตทั้งคู่”
เสิ่นหมิงพึมพำ ไม่ได้ซักถามรายละเอียดต่อ งานของเขาในชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเสร็จสิ้นแล้ว คนก็กลับมากันหมดแล้ว จะตามสนใจต่อไปก็ไม่จำเป็น อีกอย่างคนในชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจก็ถอนตัวไปเกือบครึ่ง เขาทำงานของตัวเองให้ดีก็พอ
“ศิษย์เอ๋ย มีคนมาขอตรวจประเมินอาการบาดเจ็บ จะตามไปดูไหม?”
เสิ่นหมิงที่กำลังสูบบุหรี่อยู่รีบดับก้นบุหรี่ ก่อนถามว่า “ตอนนี้เลยเหรอครับ? ผมไปกับอาจารย์ด้วย”
“ไปรอที่ห้องนิติเวชก่อน เดี๋ยวฉันเอาของไป”
“ครับ” เสิ่นหมิงหยิบหน้ากากขึ้นมาสวม แล้วหันหลังเดินกลับไปยังห้องนิติเวช