เสิ่นหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกขัดแย้งบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกผุดขึ้นในใจ
เขาเคยเห็นที่พักของชายโสดมามาก ต่อให้เป็นคนรักความสะอาดแค่ไหน ก็ยากจะเลี่ยงความรกอยู่บ้าง ไม่ถุงเท้าก็ถูกโยนทิ้งเรี่ยราด เสื้อผ้ากองอยู่บนเก้าอี้ หรือไม่ก็จานชามแช่อยู่ในอ่างล้างจาน
แต่ที่นี่สะอาดเกินไป สะอาดราวกับห้องตัวอย่าง ไม่เหมือนสถานที่ที่มีคนใช้ชีวิตอยู่จริง คล้ายกับรู้ว่านางในฝันที่แอบรักกำลังจะมาบ้าน จึงตั้งใจเก็บกวาดเป็นพิเศษ
ทว่าเขาเก็บกวาดแค่ชั้นสอง โต๊ะไพ่นกกระจอกชั้นหนึ่งกับข้าวของสกปรกในลานบ้านยังอยู่ครบ ความรู้สึกขัดหูขัดตาวนเวียนอยู่ในสมองของเสิ่นหมิง ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว
“คุณลุง หลินเฉียงพักอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้วครับ” จู่ ๆ เสิ่นหมิงก็เอ่ยขึ้น สายตาจับอยู่ที่กรอบประตูห้องนอนฝั่งใต้
“ประมาณ 1 ปีกับ 3 เดือน เพื่อปกปิดตัวตน เขาอ้างกับคนอื่นว่าเป็นพ่อค้าที่เข้าป่าไปซื้อของป่า” ผู้อาวุโสเย่ตอบ “บ้านหลังนี้เขาเช่าอยู่ เจ้าของบ้านอาศัยอยู่ในอำเภอ ทั้งปีกลับมาดูที่นี่แค่ตอนเก็บค่าเช่า เขาเลยอยู่ได้ค่อนข้างสงบ”
เสิ่นหมิงพยักหน้า แล้วเดินตามผู้อาวุโสเย่เข้าไปในห้องนอนฝั่งใต้
ประตูห้องเป็นไม้ ไม่ได้ล็อก แค่ผลักเบา ๆ ก็เปิดออก
ข้าวของในห้องเรียบง่ายมาก มีเพียงเตียงไม้ โต๊ะข้างเตียงเก่า ๆ ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะคอมพิวเตอร์
ผ้าปูเตียงปูไว้ค่อนข้างเรียบร้อย ลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเปิดแง้มอยู่ ข้างในมีบุหรี่หลายซอง ทั้งหมดเป็นบุหรี่ซูราคา 20 หยวนต่อซอง บนโต๊ะยังมีโทรศัพท์สมาร์ตโฟนวางคว่ำหน้าจออยู่
เสิ่นหมิงย่อตัวลง สายตาหยุดอยู่ที่โทรศัพท์เครื่องนั้น เบาะแสชวนสงสัยข้อแรกผุดขึ้นมาทันที โทรศัพท์วางชาร์จอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา แล้วทำไมสายลับแฝงตัวที่กำลังเผชิญอันตรายถึงชีวิตถึงไม่รีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเป็นอย่างแรก