ที่ทำการตำรวจอำเภอเทียนหู ก่อนชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจะมาถึง ก็มีคนจัดเตรียมห้องทำงานไว้ให้สองห้องแล้ว ทั้งยังจัดห้องประชุมให้พวกเขาอีกห้องหนึ่ง
ภายในห้องนิติเวชของที่ทำการตำรวจอำเภอเทียนหู เฉิงเจียเย่ เฉินหมิน และเสิ่นหมิงกำลังยืนล้อมกระดูกสีขาวของศพรายหนึ่ง พิจารณาอย่างตั้งใจ
ศพนี้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เห็นได้ชัดว่าผ่านการต้มมาแล้ว นี่เป็นขั้นตอนจำเป็นที่หมอนิติเวชใช้เพื่อให้แยกเนื้อออกจากกระดูกและตรวจสอบศพได้สะดวกขึ้น การต้มชิ้นส่วนศพถือเป็นงานพื้นฐานที่สุด เสิ่นหมิงเองก็เคยเห็นชิ้นส่วนศพที่ผ่านการต้มมาก่อน
เขาเคยได้ยินอาจารย์ผู้สอนเล่าว่า ตอนต้มชิ้นส่วนศพครั้งแรก อาจารย์ถึงกับอาเจียนเอาอาหารมื้อก่อนออกมาหมด
มีความรู้สึกคลื่นไส้และใจสั่นที่ไร้สาเหตุผุดขึ้นมาจากก้นบึ้ง นั่นเป็นสัญชาตญาณในดีเอ็นเอของเขาที่กำลังส่งสัญญาณเตือน บอกว่าศพนี้เป็นพวกเดียวกับเขา ให้รีบถอยห่างออกไป
“ศพหมายเลข 15 ไม่มีศีรษะ จากข้อมูลที่มีอยู่ ผมคาดว่าเป็นผู้หญิงอายุ 20–30 ปี เคยผ่านการคลอดบุตร สูง 160–163 เซนติเมตร หนัก 90–110 ชั่ง”
ก่อนหน้านี้เฉิงเจียเย่เป็นหัวหน้าทีมหมอนิติเวชในคดีหั่นศพแห่งเทียนหู จึงจดจำคดีนี้ได้อย่างลึกซึ้ง ให้เขาเป็นคนอธิบายย่อมเหมาะที่สุด
“ศีรษะกู้ขึ้นมาไม่ได้ หรือแต่แรกก็ไม่ได้โยนลงอ่างเก็บน้ำครับ?” เสิ่นหมิงถามอย่างประหลาดใจ
“น่าจะกู้ขึ้นมาไม่ได้ สมองคนจัดการยากมาก เนื้อสมองที่แข็งขนาดนั้น ต่อให้คิดจะจัดการก็ไม่ง่าย” เฉิงเจียเย่ตอบพลางมองกระดูกตรงหน้า
“ก็ไม่แน่ อาจฝังไว้ก็ได้ ถ้าผมจำไม่ผิด จากกระดูกทั้ง 16 ศพ มี 6 ศพที่ไม่มีศีรษะใช่ไหม แถมทั้ง 6 ศพยังเป็นศพที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนั้นผมเห็นจุดนี้ถึงคิดว่าคนร้ายอาจยกระดับวิธีการก่อเหตุขึ้นแล้ว เขามีวิธีจัดการศพ”