“นี่คือกระดูกต้นแขนด้านขวา”
เฉิงเจียเย่หยิบกระดูกชิ้นหนึ่งยาวประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นมาอธิบาย เขาใช้แปรงปัดฝุ่นบนผิวกระดูกออกเบา ๆ ส่วนปลายด้านใกล้ลำตัวมีลักษณะหัวกระดูกต้นแขนให้เห็นอย่างชัดเจน ส่วนปลายอีกด้านก็เห็นเค้าโครงของปุ่มกระดูกและหัวกระดูกต้นแขนเล็ก
“ดูสิ แนวกระดูกอ่อนปิดสนิทแล้ว ตรงกับลักษณะของผู้ชายวัยผู้ใหญ่”
เสิ่นหมิงพยักหน้า วางกระดูกที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วในมือลงบนผ้าสังเคราะห์สีขาวที่ปูอยู่บนพื้น สิ่งที่เฉิงเจียเย่พูดล้วนเป็นความรู้พื้นฐาน แม้แต่นักศึกษาบางคนก็ยังรู้
“มาสิ เสิ่นหมิง ดูชิ้นนี้ น่าจะเป็นกระดูกต้นขาซ้าย ลำกระดูกค่อนข้างหนา มุมคอกระดูกต้นขาก็ตรงกับลักษณะของผู้ชาย ความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับความยาวกระดูกต้นแขนที่วัดได้ก่อนหน้านี้ ส่วนสูงของผู้ตายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 175 เซนติเมตร ตรงกับข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ของหวังเจี้ยนเย่”
“ใช่ครับ ที่คุณพูดถูกแล้ว” เสิ่นหมิงเออออไปคำหนึ่ง
มีหลายวิธีที่ใช้คาดคะเนส่วนสูงของผู้ตายตอนยังมีชีวิตอยู่ แน่นอนว่าถ้ามีกระดูกครบก็ย่อมคาดคะเนได้ดีที่สุด เสิ่นหมิงรู้ว่าเหตุใดผู้อาวุโสเฉิงถึงพยายามถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้เขา เพราะกลัวว่าเขาจะฟังไม่เข้าใจ
ช่วงเวลาต่อจากนั้น ภายในถ้ำก็เหลือเพียงเสียงแปรงปัดดินดังซ่า ๆ กับเสียงอธิบายของเฉิงเจียเย่ทุกครั้งที่ขุดกระดูกขึ้นมาได้
กระดูกถูกทำความสะอาดทีละชิ้น แล้วนำมาเรียงอย่างเป็นระเบียบบนผ้าขาวที่ปูบนพื้น โดยแบ่งเป็นกระดูกกะโหลก กระดูกลำตัว กระดูกแขน และกระดูกขา
กระดูกกะโหลกเป็นชิ้นสุดท้ายที่ขุดขึ้นมาได้อย่างครบถ้วน มันถูกดินห่อหุ้มจนรูปร่างบิดเบี้ยวไปบ้าง กระดูกขากรรไกรล่างแยกออกจากกะโหลกแล้ว ฟันบางซี่หลุดปะปนอยู่ในดินข้าง ๆ
