รถตำรวจแล่นฉิวไปตลอดทาง เสียงไซเรนแหลมบาดหูลากหางยาวก้องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองเทียนไห่
ยางรถบดผ่านเนินชะลอความเร็วตรงทางเข้าลานของสถานีตำรวจเมือง
ตัวรถกระเด้งขึ้นอย่างแรง เกิดเสียงโลหะกระแทกกันทุ้มหนัก
ท้ายทอยของลู่ยวนกระแทกเข้ากับขอบเบาะหนังอย่างจัง
เขาสูดปากด้วยความเจ็บ มือกุมคอแล้วโวยวายขึ้นมา
“ผมบอกเลยนะ หัวหน้าหลิน รถเฮงซวยของพวกคุณโช้กอัพรั่วหมดแล้วหรือไง? กระดูกคอผมแทบพังแล้วเนี่ย”
เขานวดต้นคอที่ปวดเมื่อย ร่างทั้งร่างไถลจมลงไปในเบาะหลังราวกับกองโคลน
หลินชิงหานไม่สนใจเขา
เธอใช้มือข้างเดียวกำพวงมาลัยแน่น แล้วเหยียบเบรกอย่างแรง
มืออีกข้างกำวิทยุสื่อสารไว้แน่น ข้อนิ้วซีดเขียว
เมื่อ 10 นาทีก่อน รายงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุของเฉินเฟิง หัวหน้าหน่วยตำรวจพิเศษ ถูกส่งผ่านช่องสัญญาณเข้ารหัสมาแล้ว
คำว่า “ฝีมือปรมาจารย์ระดับครูฝึกทหาร” ทำให้ศูนย์บัญชาการของสถานีตำรวจเมืองแตกตื่นกันทั้งแห่ง
ประตูรถปลดล็อก
ลู่ยวนหาวหวอด แล้วค่อย ๆ ขยับลงจากรถ
คราวนี้พอมาถึงสถานี เขาไม่ได้ถูกพาไปยังห้องสอบปากคำหมายเลข 2 ที่ทั้งหนาวทั้งลมโกรกอีก
หลิวฮ่าว ตำรวจหนุ่ม วิ่งเหงื่อท่วมเข้ามาหา ก่อนพาเขาไปยังห้องรับรองแขกชั้นหนึ่ง
เครื่องปรับอากาศในห้องเปิดอยู่ อุณหภูมิต่ำมาก
กลางห้องตั้งชุดโซฟาหนังแท้สีแดงเข้มไว้
เบาะหนังผ่านการใช้งานมาหลายปีแล้ว ลู่ยวนนั่งปุ๊บ ร่างทั้งร่างก็จมวูบลงไป นุ่มสบายจนเผลอถอนหายใจยาว
เขายกเท้าซ้ายเปลือยเปล่าขึ้นพาดคานไม้ใต้โต๊ะชา
เพื่อหลบไอเย็นที่แผ่ขึ้นมาจากกระเบื้องปูพื้น
“น้องชาย ช่วยอะไรหน่อยสิ” ลู่ยวนกวักมือเรียกหลิวฮ่าวที่กำลังรินน้ำร้อน
“ไปเอาเทปใสมาให้ม้วนหนึ่ง เอาแบบหน้ากว้างหน่อย ถ้าเป็นเทปปิดกล่องได้ยิ่งดี”
หลิวฮ่าวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรีบวิ่งออกไปค้นเทปปิดกล่องในลิ้นชักโต๊ะทำงานตรงโถงทางเดิน
จากนั้นก็ยื่นให้เขาด้วยสองมือ
ลู่ยวนรับมา ฉีกออกเป็นแถบยาวแล้วใช้ฟันกัดให้ขาด
เขาหยิบรองเท้าแตะหูคีบพลาสติกสีน้ำเงินที่สายขาดขึ้นมา
วางสายพลาสติกที่ขาดให้ตรงกับรูบนพื้นรองเท้า แล้วพันเทปกาวรัดไว้แน่น
พันไปห้าหกชั้นก่อนดึงให้ตึง
