คำพูดนี้เอ่ยออกมา บรรยากาศพลันแข็งค้าง พระพักตร์จักรพรรดิซู่หนิงคล้ำเครือ หวังต้าเจียนในใจร้องว่าย่ำแย่ ฝ่าบาทเพียงทรงถอดป้ายจวนแม่ทัพ ระงับเบี้ยหวัดจวนแม่ทัพ ตระกูลหลินกลายเป็นสามัญชน นี่นับว่ายกโทษหนักวางโทษเบา เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้แล้ว
การกระทำของนั่วนั่วครานี้ หากพูดในทางดีก็คือใช้ผลงานแลกพระกรุณา หากพูดในทางร้ายก็คือข่มขู่ฝ่าบาท หากฝ่าบาททรงระแวงว่านั่วนั่วถูกคนในครอบครัวยุยงมา เรื่องราวมีแต่จะเลวร้ายหนักขึ้น
หวังต้าเจียนอยากจะช่วยแก้ต่างให้นั่วนั่วสักสองสามคำ แต่เห็นพระพักตร์จักรพรรดิซู่หนิงไม่สู๊ดี เกรงว่าจะทำเสียเรื่อง ในที่สุดก็มิได้เอ่ยสิ่งใด
ผ่านไปนานกว่าครึ่งค่อนวัน จักรพรรดิซู่หนิงจึงตรัสถาม "นั่วนั่ว เหตุใดจึงอยากได้ป้ายนั่น"
"วันนี้ป้ายถูกถอดลง ท่านยายกับท่านแม่ต่างเศร้าใจกันนัก นั่วนั่วไม่เข้าใจว่าไม้ผุๆ สักแผ่นมีอะไรน่าพิศมัย แต่นั่วนั่วไม่อยากให้ท่านยายกับท่านแม่ต้องเศร้าใจ" นั่วนั่วไม่ปิดบังความดูแคลนที่ตนมีต่อป้ายนั่นแม้แต่น้อย
"เพียงเพราะเหตุนี้หรือ" จักรพรรดิซู่หนิงไม่ทรงเชื่ออย่างชัดเจน
"ถูกต้องเพคะ นั่วนั่วบอกท่านยายว่าสามารถหาไม้ที่ดีกว่ามาทำป้ายได้ ผลคือท่านยายร้องไห้หนักกว่าเดิม" นั่วนั่วรู้สึกท้อแท้นัก
จักรพรรดิซู่หนิงทรงอธิบายว่า "ป้ายนั่นเป็นลายพระหัตถ์ของเสด็จปู่ของข้า ไครมีค่ายิ่ง"
"อย่างนี้เอง งั้นนั่วนั่วเชิญเสด็จปู่ของท่านพ่อบุญธรรมออกมาเขียนให้ท่านยายใหม่สักแผ่นได้หรือไม่" นั่วนั่วคล้ายมองเห็นความหวัง
