เสี่ยวชุ่ยร้องเจี๊ยวจ๊าวอย่างกระหืดกระหอบ นั่วนั่วฟังแล้วยังไม่กระจ่าง "เสี่ยวชุ่ย เจ้าพูดช้า ๆ หน่อย ท่านแม่ก็คือท่านแม่ ท่านแม่บุญธรรมก็คือท่านแม่บุญธรรม นั่วนั่วไม่เปลี่ยนหรอก"
"จี๊จี๊จี๊..." เสี่ยวชุ่ยร้อนใจจนบินไปเกาะบ่านั่วนั่ว ส่งเสียงร้องไม่หยุด
ครานี้นั่วนั่วฟังเข้าใจแล้ว นางรีบลุกจากอ้อมอกฮองเฮา พลางเอ่ยอย่างร้อนรน "ท่านแม่บุญธรรม ที่บ้านมีเรื่อง วันนี้นั่วนั่วอยู่เป็นเพื่อนท่านไม่ได้แล้ว"
ฮองเฮาไม่เข้าใจภาษานก ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ได้แต่เอ่ยอย่างร้อนใจ "ประตูวังลงกลอนหมดแล้ว ตอนนี้ออกไปไม่ได้ เกิดเรื่องอันใดขึ้นเล่า บอกท่านแม่บุญธรรมมา ท่านแม่บุญธรรมจะคิดหาทางให้"
"ไม่ทันแล้ว นั่วนั่วไม่ออกทางประตูวังแล้ว" พูดจบ นั่วนั่วก็หยิบขลุ่ยกระดูกออกมาเป่า เสียงขลุ่ยเร่งร้อน เพียงชั่วพริบตาก็มีนกใหญ่ตัวหนึ่งลงมาเกาะที่ลานตำหนักเฟิ่งอี๋
นั่วนั่วปีนขึ้นหลังนก ไม่ลืมร่ำลาฮองเฮา "ท่านแม่บุญธรรม นั่วนั่วจะมาเยี่ยมท่านใหม่"
"นี่..." วิธีการเดินทางเช่นนี้ ฮองเฮาเคยได้ยินคนเล่าขาน นางเพียงคิดว่าเป็นคำร่ำลือที่เกินจริง มิคาดว่าเป็นเรื่องจริงเสียอย่างนั้น
นางอดถอนใจมิได้ "นั่วนั่วตัวน้อยเพียงนี้ ขี่บนหลังนกจะปลอดภัยหรือ"
นางในคนสนิทปลอบใจ "หม่อมฉันเห็นท่วงท่าองค์หญิงฉางเล่อ คล่องแคล่วนัก คงไม่เป็นอันใด"
นกใหญ่สยายปีกบินสูง ลัดฟ้าเหนือน่านฟ้าวังหลวง
ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้องครักษ์หลวงที่ลาดตระเวนต้องสะดุ้ง หัวหน้าผลัดนั้นคือหลินชิงหยาง พบสิ่งผิดปกติ เขาจึงนำกำลังไปยังตำหนักเฟิ่งอี๋ เอ่ยถามจากด้านนอก "เหนียงเหนียงฮองเฮา กระหม่อมหลินชิงหยาง เมื่อครู่พบความผิดปกติ เหนียงเหนียงปลอดภัยดีหรือไม่"
