"พี่หญิงอาหลานน่าชนะแล้ว" นั่วนั่วกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
ฝูงชนส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี "องค์หญิงชนะแล้ว องค์หญิงชนะแล้ว"
มหาปุโรหิตยกแขนทั้งสองขึ้น ริมฝีปากขยับท่องคาถา ประโยคสุดท้ายนั่วนั่วฟังเข้าใจ "ยินดีต้อนรับองค์หญิงกลับสู่ท้องพระโรง"
ประตูท้องพระโรงแห่งโหลวหลานเปิดออกรับอาหลานน่าอีกครั้ง อาหลานน่าช่วยพระมารดาและพระขนิษฐาออกมาได้สำเร็จ
หลินจื้อหย่วนประกาศความผิดของเทโป้วต่อสาธารณชน โรคระบาดเป็นสิ่งที่เทโป้วนำมาจากหมอเป่ยจริง ๆ
ผู้คนต่างโกรธแค้น มุ่งหมายจะสับเทโป้วเป็นชิ้น ๆ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีโอกาสแล้ว พ่ายแพ้ให้แก่สตรีผู้หนึ่ง เทโป้วรับไม่ได้ จึงใช้ดาบโค้งแทงทะลวงอกตนเอง
ผู้นำเผ่าเฉียหลิ่ว ชื่อฉิวเจ๋อ คำนับหวางโฮ่วและองค์หญิง พลางกล่าวว่า "หวางโฮ่ว แผ่นดินมิอาจไร้ผู้ปกครองแม้เพียงวันเดียว ขอหวางโฮ่วทรงโปรดแต่งตั้งอ๋องแห่งโหลวหลานองค์ใหม่โดยเร็ว เพื่อนำพวกเราก้าวเดินต่อไป"
"มหาปุโรหิตกล่าวไว้แล้วว่า ผู้ใดเอาชนะเทโป้วได้ ผู้นั้นคืออ๋องแห่งโหลวหลาน ยังต้องเลือกอะไรอีก องค์หญิงอาหลานน่าคืออ๋องแห่งโหลวหลานที่คู่ควรที่สุด"
ผู้พูดคือผู้นำเผ่าฟงฉือ อาฉีมู่ เผ่าฟงฉือเป็นตระกูลฝ่ายมารดาของหวางโฮ่วจีหย่าแห่งโหลวหลาน สตรีมิอาจเป็นอ๋องแห่งโหลวหลานได้ จีหย่าจึงผลักดันพระสวามีขึ้นสู่ตำแหน่งอ๋องแห่งโหลวหลานด้วยน้ำมือตนเอง
ฉิวเจ๋อไม่เห็นด้วย กล่าวว่า "องค์หญิงอาหลานน่าเปี่ยมด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญก็จริง แต่โหลวหลานไม่มีธรรมเนียมให้สตรีเป็นกษัตริย์ ข้าคิดว่าเราน่าจะทำตามแบบอย่างหวางโฮ่ว ให้องค์หญิงอาหลานน่าเลือกผู้กล้ามาร่วมปกครองโหลวหลาน"
