หลินจื้อหย่วนกลับถึงเรือนก็นำเรื่องที่ค้นพบไปบอกถังหว่านฉิง ถังหว่านฉิงเองก็มีสีหน้าตื่นตะลึง นางรู้ดีว่าบุตรสาวเก่งกาจ แต่ถึงกับเก่งกาจจนแม้แต่เซียนเทวดายังหวาดกลัว ช่างเกินคาดคิดจริง ๆ
เมื่อล่วงรู้ว่าบุตรสาวมีชาติกำเนิดพิเศษ นางหาได้ดีใจไม่ มีเพียงความเป็นห่วง เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ต้องแบกรับฐานะอันน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ จะทนรับไหวหรือไม่
“ท่านสวามี ข้าอยากเพิ่มเงินบริจาคให้โรงทานฉือจี้เป็นรายเดือนให้มากขึ้นอีกหน่อย ยามว่าง ข้าจะไปช่วยด้วยตนเอง” ถังหว่านฉิงเอ่ยขึ้น หลินจื้อหย่วนก็เข้าใจความนึกคิดของนางทันที “ท่านอยากทำความดีเพิ่มขึ้น เพื่อสั่งสมบุญกุศลให้นั่วนั่วงั้นหรือ”
ถังหว่านฉิงพยักหน้า “นอกจากวิธีนี้ ข้าก็คิดหาหนทางอื่นไม่ออกแล้ว ได้แต่ภาวนาให้นั่วนั่วเติบใหญ่มาอย่างสงบสุข ไร้โรคาพยาธิ”
เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่หลินจื้อหย่วนวิตกเช่นกัน ทว่าเห็นสีหน้ากังวลของภรรยา หลินจื้อหย่วนก็โอบนางเข้ามาในอ้อมอก ปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “นั่วนั่วทำความดีมามากมาย ช่วยชีวิตผู้คนไว้มากเพียงนั้น นางจะต้องสุขสงบราบรื่นเป็นแน่”
ราตรีผ่านพ้นไปเงียบงัน เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ก็มีผู้คนจากด่านอวิ่นเฉวียนมายังจวนโหวพิทักษ์รัฐ แจ้งว่าขอเข้าเฝ้าองค์หญิงน้อย
นั่วนั่วแม้ยังปรือตางัวเงีย แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นคนจากด่านอวิ่นเฉวียน นางก็ดีใจยิ่ง รีบวิ่งพรวดไปยังโถงรับแขก ถามว่า “ลุงต้าไห่มาหรือไม่”
ผู้มาเยือนเป็นเด็กรับใช้ของฉางเซิง ถูกหลินจื้อหย่วนเชิญให้นั่งดื่มชาแล้ว พอเห็นนั่วนั่วมาก็รีบลุกขึ้นคารวะ “บ่าวถวายบังคมองค์หญิง ท่านจ้าวติดราชกิจ มิอาจมาเอง บ่าวเป็นผู้ดูแลสวนโอสถขององค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”
“สวนโอสถหรือ” นั่วนั่วงุนงงเล็กน้อย