เนิ่นนานนัก จักรพรรดิซู่หนิงจึงเอ่ยวาจาช้าๆ “อาหลานน่า วันนี้เป็นวันมงคล เจ้ากลับมอบของขวัญชิ้นโตให้ข้า”
อาหลานน่าคุกเข่าบนพื้นกล่าว “ฝ่าบาท เหตุนี้ต้องมีความเข้าใจผิดเป็นแน่ โหลวหลานหมายใจจะสานสัมพันธ์อันดีกับต้าหวาน ต้องพึ่งพาต้าหวานจึงจะมีลมหายใจ ใยจะกระทำการเช่นนี้”
“เรื่องนี้ต้องถามพวกเจ้าเอง วันนี้พอเพียงเท่านี้เถิด องค์หญิงโหลวหลานวันนี้ก็เหนื่อยล้าแล้ว ส่งกลับศูนย์รับรองพักผ่อนให้ดี ไร้ราชโองการของข้า ก็อย่าได้ออกมา”
จักรพรรดิซู่หนิงตรัสจบ โบกพระหัตถ์ ให้ทุกคนแยกย้าย
ราชสาส์นสานสัมพันธ์ของสองแคว้นเพิ่งลงนาม ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ หากจัดการไม่ดีอาจจุดชนวนศึกระหว่างสองแคว้นได้
โชคดีที่ตี๋รั่วหลัวยืนกรานว่าการลักพระบรมสารีริกธาตุเป็นพฤติกรรมส่วนตัว กับอาหลานน่าและแคว้นโหลวหลานไม่เกี่ยวแม้แต่น้อย
เช่นนี้ก็ทำให้อาหลานน่าพ้นข้อกล่าวหาโดยสิ้นเชิง ไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างโหลวหลานกับต้าหวาน
ส่วนตี๋รั่วหลัวนั้นน่าเวทนา ขโมยสมบัติประจำแคว้นต้าหวานตายสถานเดียว
บัดนี้ ผู้ทุกข์ใจที่สุดคือหลินชิงอวิ๋น เขาเป็นผู้ส่งตี๋รั่วหลัวให้สำนักต้าหลี่ซื่อด้วยมือตนเอง
คนตระกูลหลินล้วนทุกข์หนัก โดยเฉพาะฮูหยินผู้เฒ่าหลินกับถังหว่านฉิง พวกเขาถือว่าตี๋รั่วหลัวเป็นคนในครอบครัวแล้ว
“ตี๋รั่วหลัวขโมยพระบรมสารีริกธาตุไปทำไม” ฮูหยินผู้เฒ่าหลินสีหน้ากังวล “ข้าผ่านคนมานักต่อนัก ไม่น่าดูผิดไป”