ทั้งสองร่วมกันทำกิจการค้าอาหารทะเล หมิงอี้รับผิดชอบประสานหาแหล่งสินค้าและวางแผนกลยุทธ์การค้า ส่วนฟ่านจิงรับหน้าที่ลงมือปฏิบัติ คอยดูแลร้านมาโดยตลอด ทุกอย่างราบรื่นดี
ฟ่านจิงคิดว่าพวกนางจะร่วมงานกันไปได้อีกยาวนาน ไม่เคยคิดเลยว่าหมิงอี้จะจากราชธานีไปอย่างกะทันหัน
หมิงอี้ประคองถ้วยชาไว้ในมือ ยิ้มบาง ๆ “ไม่ไกลนัก หากเดินทางไปตามถนนหลวง สามสี่วันก็ถึงแล้ว”
“เหตุใดจู่ ๆ ถึงจะไปเล่า กิจการของพวกเราเพิ่งเริ่มมีความคืบหน้าเอง”
ฟ่านจิงถอนหายใจ แล้วเล่าถึงกิจการช่วงนี้อย่างกระตือรือร้น “ตอนนี้ปูหินหลาวฮวาที่ร้านขายดีเป็นที่สุด เมื่อวานซืนมีพ่อค้าร่ำรวยจากต่างถิ่นได้ยินชื่อเสียงแล้วตามมา สั่งอาหารปูครบสูตรทีเดียวห้าโต๊ะ รายรับเพิ่มขึ้นหลายเท่าเลย!”
“คาดว่าอีกไม่นาน หอไป๋เซียงก็คงรุ่งเรืองอย่างแท้จริง ข้ายังอยากให้เจ้าอยู่เป็นพยานด้วยกัน”
หมิงอี้ได้ยินเช่นนั้น ในใจก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยไม่ได้ นางอยู่ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
“ท่านเจ้าของร้านฟ่าน คราวนี้ข้าจากราชธานีไปเพราะมีเหตุจำเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าความร่วมมือของเราจะสิ้นสุดลง ชิงโจวอยู่ไม่ไกลจากราชธานี ต่อไปหากโรงเหล้าพบเรื่องยุ่งยากใด ท่านเขียนจดหมายส่งมาให้ข้าได้ อีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้จะไม่กลับมาเสียหน่อย”
“ส่วนผลกำไรที่แบ่งกัน แต่เดิมเราตกลงกันไว้ห้าห้า ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสามเจ็ดเถิด ท่านได้เจ็ด ข้าได้สาม อย่างไรเสียท่านก็ลงแรงมากกว่า ลำบากไม่น้อย”
ฟ่านจิงได้ยินแล้วชะงักไป รีบโบกมือปฏิเสธ “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ทั้งแหล่งสินค้าและกลยุทธ์การค้า ล้วนเป็นเจ้าวางแผนด้วยตนเอง หากขาดเจ้าไป หอไป๋เซียงคงไม่มีหน้าตาอย่างทุกวันนี้ แบ่งกันเท่าเดิมจึงจะถูกต้อง”
