เมื่อเห็นว่าคนหน้าประตูคือฟ่านซือหยวน จี้หมิงอี้ก็ไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย กลับมีแววเย้ยหยันอย่างรู้เท่าทันผุดขึ้นในดวงตา
ตั้งแต่เมื่อวานซืน นางก็เริ่มสงสัยแล้วว่า ผู้ว่าเมืองกักขังนางไว้สี่วัน มิใช่เพราะลืมนางไป
แต่มีคนสั่งการให้ถ่วงเวลาไม่จัดการนาง เพียงเพื่อรอให้นางทนไม่ไหว แล้วก้มหัวร้องขอความเมตตา
หมิงอี้ถอนสายตากลับอย่างไร้สีหน้า ท่าทางประหนึ่งคร้านจะใส่ใจเขา
สายตาของฟ่านซือหยวนกวาดผ่านห้องขังคับแคบสกปรกช้า ๆ ก่อนหยุดลงที่หญิงสาวด้านใน หัวใจเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
คิดไม่ถึงว่าจี้หมิงอี้จะทนอยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้ายเช่นนี้ได้ครบสี่วันเต็ม!
ฟ่านซือหยวนกระแอมเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า “คุณหนูจี้ หลายวันนี้คงอยู่ไม่สบายกระมัง เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า?”
ทั้งที่เพียงก้มหัวสักนิด นางก็จะเป็นอิสระแล้ว
หมิงอี้กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “หากคุณชายมาเป็นคนเกลี้ยกล่อม เช่นนั้นก็เชิญกลับเถิด!”
ฟ่านซือหยวนเห็นว่านางยังคงหัวแข็งเช่นนี้ จึงส่ายหน้า ไม่กล่าวให้มากความ แล้วหมุนกายจากไป
เมื่อเงาร่างของเขาลับไปแล้ว หมิงอี้จึงค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นจากเสื่อฟางหยาบใต้ร่าง แล้วหยิบอาหารที่ส่งมาให้ในห้องขัง
นางกินเพียงหมั่นโถว ส่วนที่เหลือยกให้หนูกิน
อาหารในคุกไม่มีน้ำมันสักหยด ต่อให้เลี้ยงหนูก็ยังเลี้ยงไม่อ้วน
นางด่าจงเซี่ยนกับหลี่ต้านในใจไปคนละยก ขุนนางชั่วพวกเดียวกันทั้งนั้น!
-
อีกด้านหนึ่ง ฟ่านซือหยวนเพิ่งเดินออกจากเขตคุก ก็พบเฉินผิงเดินสวนเข้ามาพอดี
