น่าเสียดายที่เด็กสาวผู้นี้เป็นคนดื้อรั้น ยืนกรานจะออกไปลำบากข้างนอก ส่วนฮูหยินใหญ่หลิวก็ไม่ยอมช่วยเหลือ นางจึงคิดหาวิธีดี ๆ ไม่ออกอยู่ชั่วขณะ
หมิงอี้นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างกายฮูหยินใหญ่ ก้มตาหลุบต่ำ
แขกที่มาในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นฮูหยินของขุนนางและสตรีชั้นสูง ต่างพาบุตรสาวมาด้วย หมิงอี้นั่งฟังพวกนางพูดคุยกันเงียบ ๆ มิได้แทรกขึ้นสักคำ
ถ้อยคำของเหล่าฮูหยินล้วนแฝงจุดประสงค์ ทุกคนต่างอยากให้บุตรสาวของตนแต่งเข้าจวนจง
เหล่าฮูหยินขุนนางเหล่านี้ขึ้นชื่อว่าได้รับข่าวสารรวดเร็ว นับแต่รู้ว่าการหมั้นหมายระหว่างตระกูลเซินกับตระกูลจงต้องล่มลง ต่างก็เตรียมตัวกันอย่างกระตือรือร้น อยากผูกสัมพันธ์กับจวนจงเสียเต็มที
พอดีกับช่วงนี้จงเซี่ยนว่างอยู่บ้าน เหล่าฮูหยินจึงพาบุตรสาวมาเยี่ยมเยียน หากจงเซี่ยนถูกใจใครย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด แต่หากไม่ ก็ยังได้คุ้นหน้าคุ้นตากันไว้ วันหน้ายังมีโอกาส
ทว่าเวลานี้จงเซี่ยนมิได้อยู่ในงานเลี้ยง เขาให้คนแจ้งภายนอกว่ากำลังพักรักษาบาดแผล ไม่สะดวกพบแขก
ถึงจงเซี่ยนจะไม่อยู่ ก็ไม่ได้ขัดขวางเหล่าฮูหยินจากการแอบแข่งขันกัน พวกนางเปรียบบุตรสาวราวกับสินค้า ทั้งยังพูดเรื่องให้บุตรสาวเป็นอนุได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
หมิงอี้รู้สึกว่าสตรีในยุคนี้ช่างน่าเวทนา แม้เกิดในตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์ ก็ยังหนีไม่พ้นการถูกใช้เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นคนโดยสิ้นเชิง
หมิงอี้คิดว่าเป็นอนุยังสู้เป็นบ่าวไม่ได้
อย่างน้อยบ่าวยังไถ่ตัวเป็นอิสระได้ แต่อานุไม่อาจทำเช่นนั้นได้ นอกจากสูญเสียอิสรภาพแล้ว ยังต้องเป็นเครื่องมือให้กำเนิดบุตรไปชั่วชีวิต
หากโชคดี ให้กำเนิดบุตรชายได้สักคน ก็อาจได้รับความโปรดปรานจากบุรุษผู้นั้นอยู่หลายปี มีเสื้อผ้าอาหารไม่ขาดมือ
