เซี่ยฮว๋ายอวี้ยืนตัวตรง คิ้วขมวดมุ่น “คุณหนูหลี่ ข้าไม่เคยรับปากว่าจะทำสิ่งใดกับเจ้าเลย ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนเป็นเจ้าที่สั่งข้า บีบบังคับข้า ส่วนข้าจะไปที่ใดนั้นย่อมเป็นอิสระของข้า”
“อีกอย่าง เจ้าตามหาข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร ส่งคนสะกดรอยตามข้าหรือ?”
เหล่าผู้ติดตามต่างตกใจจนเหงื่อเย็นผุดเต็มกายกับท่าทีแข็งกร้าวของชายผู้นี้ เขาไม่ให้เกียรติคุณหนูแม้แต่น้อยได้อย่างไร?
ทั่วทั้งชิงโจว มีคุณชายบ้านใดบ้างที่พบหลี่อวิ๋นหว่านแล้วไม่สุภาพนอบน้อม ไม่เคยมีใครกล้าหักหน้านางต่อหน้าผู้คนเช่นนี้มาก่อน
ทว่าหลี่อวิ๋นหว่านกลับมิได้โกรธเกรี้ยวดังที่คาด เพียงยื่นปากงอน เอ่ยอย่างไม่พอใจนักว่า “เจ้าเป็นว่าที่สามีของข้า ข้าไม่ตามหาเจ้าแล้วจะไปตามหาใคร?”
ใบหน้าเซี่ยฮว๋ายอวี้ร้อนผ่าว เขาทนท่าทีไร้ยางอายของหลี่อวิ๋นหว่านไม่ได้ แต่ก็จำต้องรับมือ “เพราะเราสองคนหมั้นหมายกันแล้ว ตามธรรมเนียมย่อมไม่ควรพบกันเป็นการส่วนตัวบ่อยครั้ง คุณหนูหลี่ควรทำเรื่องที่เกินเลยให้น้อยลง มิฉะนั้นหากบิดาของเจ้ารู้เข้า เขาอาจกักบริเวณเจ้าไว้ในจวนอีก”
เรื่องที่เกินเลย มิใช่กำลังเหน็บแนมว่านางวางยา บีบบังคับให้เขากลายเป็นสามีภรรยากันก่อนแต่งหรอกหรือ?
สีหน้าหลี่อวิ๋นหว่านดูไม่สู้ดีนัก ทั้งยังกลัวว่าจะทำให้เขาโกรธจนแฉเรื่องอื้อฉาววันนั้นต่อหน้าผู้คน ถึงตอนนั้นนางคงเสียหน้าอย่างย่อยยับ จึงทำได้เพียงข่มโทสะไว้
“ในเมื่อเจ้าห่วงใยข้าถึงเพียงนี้ เรื่องที่เจ้าผิดนัดวันนี้ ข้าจะไม่ถือสาอีก” ใคร ๆ ก็ฟังออกว่านี่เป็นคำพูดที่หลี่อวิ๋นหว่านใช้กู้หน้าตนเอง
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็กลับไปด้วยกันเถิด”
เซี่ยฮว๋ายอวี้เพียงอยากรีบส่งนางกลับไป เขากลัวว่าจี้หมิงอี้จะพบหลี่อวิ๋นหว่าน และยิ่งไม่ต้องการให้หลี่อวิ๋นหว่านรู้ว่าจี้หมิงอี้มาถึงชิงโจวแล้ว
