ในกล่องไม่ได้มีเพียงจดหมาย ยังมีตุ๊กตาสิบสองนักษัตรที่เขาแกะสลักจากไม้ท้อด้วยมือของตนเองส่งมาด้วย
การแกะสลักไม้เป็นงานอดิเรกเล็ก ๆ ของเซี่ยฮว๋ายอวี้ ฝีมือของเขาดียิ่งนัก จึงมักแกะสลักของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยส่งให้จี้หมิงอี้อยู่เสมอ
เมื่อปีก่อนนางเอ่ยว่าอยากสะสมสิบสองนักษัตรให้ครบ เซี่ยฮว๋ายอวี้ก็รับปากว่าเมื่อมีเวลาว่างจะลงมือแกะสลักส่งให้นาง จนถึงวันนี้ก็สะสมได้หลายตัวแล้ว
ครั้งนี้เขาส่งปีมะแมมาให้ ขาดอีกเพียงตัวสุดท้ายคือปีเถาะ
จี้หมิงอี้เกิดปีเถาะ เขาจึงตั้งใจเก็บตัวนั้นไว้เป็นชิ้นสุดท้าย
หมิงอี้ถือไม้แกะสลักขึ้นมาพินิจอยู่ครู่หนึ่ง แววตาเผยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดจดหมายออก
ยิ่งอ่าน คิ้วที่ขมวดแน่นก็ยิ่งคลายออก มุมปากค่อย ๆ ปรากฏรอยยิ้มอย่างโล่งใจ
เซี่ยฮว๋ายอวี้นำข่าวดีที่นางอยากฟังมาให้
ทุกอย่างราบรื่นดี อย่างช้าอีกห้าหกวันเขาก็จะกลับมาแล้ว นางไม่อยากอยู่ในจวนจงหรือไม่อยากอยู่ในราชธานีก็ไม่เป็นไร
ฝ่าบาททรงแต่งตั้งเขาเป็นเจ้าอำเภอชิงโจว เมื่อกลับราชธานีมาถวายรายงานราชกิจแล้ว ก็จะพาพี่น้องทั้งสองไปตั้งรกรากที่เมืองชิงโจวได้
แม้ชิงโจวจะไม่เจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งเท่าราชธานี แต่ก็เป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยบุคคลผู้ทรงปัญญาและธรรมชาติอันงดงาม ขอเพียงถามว่านางยินดีไปด้วยหรือไม่
หมิงอี้ย่อมยินดีอยู่แล้ว
เดิมทีนางก็ไม่อยากอยู่ในราชธานีที่เต็มไปด้วยการช่วงชิงอำนาจแห่งนี้ ยิ่งอยู่ห่างไกลจากที่นี่เท่าไรก็ยิ่งดี
ก่อนหน้านี้นางยังคิดว่า ต่อให้เซี่ยฮว๋ายอวี้ยอมออกจากจวนจง ก็คงยังอยู่ในราชธานีเพื่อเป็นขุนนางหลวง เช่นนั้นความเกี่ยวพันระหว่างพวกเขากับจวนจงก็ยังตัดขาดไม่หมด หากวันหน้าจวนจงประสบเคราะห์ใหญ่ ก็ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่ถูกลากเข้าไปพัวพัน
ตอนนี้ดีแล้ว แค่ไปชิงโจวก็แก้ปัญหาทุกอย่างได้!
