โจวอวี้เฟินคิดตรงกับเสิ่นเจิ้น แต่ความคิดของทั้งคู่ก็ยังมีจุดแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย
ในฐานะแม่ เธอทั้งภูมิใจในความกล้าหาญของลูกสาว และเป็นห่วงว่าหากต้องเผชิญอันตราย ลูกจะมัวแต่ปกป้องคนอื่นจนลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง
แต่ที่มากกว่านั้น คือความเกลียดชังที่มีต่อหลินเหย่าเหย่า
โจวอวี้เฟินเริ่มสังเกตเห็นว่า อันตรายส่วนใหญ่ที่เสิ่นป้านเซี่ยต้องเจอล้วนมีต้นเหตุมาจากหลินเหย่าเหย่า
ไม่ต้องพูดถึงครั้งที่ถูกพ่อค้ามนุษย์จับตัวไป แค่เรื่องบนรถไฟคราวนี้ก็เช่นกัน
คนส่วนใหญ่ที่ได้ยินเรื่องนี้คงเอ่ยชมเสิ่นป้านเซี่ยว่าไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง กล้าหาญช่วยเหลือผู้อื่น
ในสายตาพวกเขา เหตุผลที่เสิ่นป้านเซี่ยบุกเข้าไปช่วยคนในตู้เสบียง ก็เพราะความใจดีและมีคุณธรรมที่ฝังอยู่ในตัว
บางคนอาจคิดด้วยซ้ำว่า ต่อให้ไม่ได้พบเซียวมู่มู่ ขอแค่เสิ่นป้านเซี่ยรู้ว่ามีคนร้ายอยู่ในตู้เสบียง เธอก็คงบุกเข้าไปช่วยคนอยู่ดี
แต่โจวอวี้เฟินกลับมองเรื่องนี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
เสิ่นป้านเซี่ยไม่ใช่คนบุ่มบ่าม เธอมีเหตุผล เมื่อเจอเรื่องอะไรก็ทั้งกล้าหาญและรู้จักวางแผน ไม่มีทางเสี่ยงโดยที่ยังไม่มั่นใจ
โจวอวี้เฟินรู้จากเสิ่นป้านเซี่ยนานแล้วว่า ระหว่างเดินทางบนรถไฟ เธอพบสู่เหยาอย่างไร และหลังจากนั้นไปตามพนักงานรถไฟให้แจ้งตำรวจรถไฟมาช่วยคนได้อย่างไร
ในฐานะแม่ เธอเข้าใจลูกสาวของตัวเองเป็นอย่างดี
ถ้าไม่ใช่เพราะได้พบสู่เหยาก่อน แล้วต่อมายังเจอเซียวมู่มู่ที่วิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือตามลำพัง
