อยากเชิญเธอมาเป็นหมอเท้าเปล่าเหรอ??
แต่ในหมู่บ้านก็มีหมอเท้าเปล่าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ??
เสิ่นป้านเซี่ยมองสวี่จื้อซานกับหมอหานอย่างคลางแคลงใจ “หมอหานไม่ใช่หมอเท้าเปล่าของหมู่บ้านอยู่แล้วเหรอคะ?”
หมอหานตอบว่า “ปัญญาชนแซ่เสิ่น อีกไม่นานผมก็จะออกจากหมู่บ้านต้าเถียนแล้ว ถ้าคุณยินดี ก็รับช่วงต่อจากผมได้เลย”
เดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก ตอนนี้มีโอกาสได้จากไป แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ลังเล
ก่อนจะไป เขาอยากแนะนำหมอที่ไว้ใจได้ให้สวี่จื้อซาน
พอดีสวี่จื้อซานก็คิดถึงหมอคนนี้อยู่เหมือนกัน คนที่ทั้งคู่หมายตาไว้เป็นคนเดียวกัน นั่นก็คือเสิ่นป้านเซี่ย
เอาเข้าจริง ไม่จำเป็นต้องให้เขาแนะนำด้วยซ้ำ ฝีมือการรักษาของเสิ่นป้านเซี่ยเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนอยู่แล้ว
ใครที่มีตาก็ต้องเห็นทั้งนั้น แค่ได้เห็นฝีมือที่เสิ่นป้านเซี่ยแสดงให้เห็นวันนี้ ก็รู้ได้ว่าเธอเป็นหมอที่เก่งมากคนหนึ่ง
อย่างน้อยในสายตาของหมอหาน ฝีมือการรักษาของเสิ่นป้านเซี่ยเหนือกว่าเขามาก
เดิมทีวันนี้เขาอยากถามเสิ่นป้านเซี่ยว่าเรียนวิชาจากใคร แต่ก็กังวลว่าทั้งคู่ยังไม่สนิทกัน การถามเรื่องแบบนี้คงเสียมารยาท ลังเลอยู่หลายครั้ง สุดท้ายจึงไม่ได้ถามออกไป
ได้ยินมาว่าเสิ่นป้านเซี่ยเป็นลูกสาวของผู้การ แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดเธอถึงมาอยู่ชนบทที่นี่
แต่หมอหานคิดว่า ในเมื่อเธอยินดีมาเป็นปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบท ก็คงไม่รังเกียจการเป็นหมอเท้าเปล่าด้วย
อย่างไรเสีย เมื่อเทียบกับการเป็นปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทแล้ว การเป็นหมอเท้าเปล่าก็สบายกว่าอยู่บ้าง
อย่างน้อยวันปกติก็ไม่ต้องออกไปทำงาน
เสิ่นป้านเซี่ยแปลกใจเล็กน้อย “หมอหานกำลังจะไปแล้วเหรอคะ?”
