เสิ่นป้านเซี่ยไม่รู้เลยว่าคนเหล่านี้กำลังคิดอะไรอยู่ ต่อให้รู้ เธอก็ไม่ใส่ใจอยู่ดี
หลังสวี่จื้อซานพูดจบ ทุกคนก็ทยอยแยกย้าย เสิ่นป้านเซี่ยเองก็เดินกลับไปทางบ้าน
“ปัญญาชนแซ่เสิ่น รอก่อน”
เจิงหยวนหลินกับลู่หนิงอานวิ่งตามมาจากด้านหลัง
เสิ่นป้านเซี่ยหยุดฝีเท้า หันไปมองทั้งสองคน
“มีธุระอะไรหรือ”
ลู่หนิงอานยิ้มอย่างอ่อนโยน “ปัญญาชนแซ่เสิ่น คราวก่อนรีบร้อนเกินไป ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณอย่างเป็นทางการที่ช่วยชีวิตผมเลย”
เขากล่าวขอบคุณเสิ่นป้านเซี่ยอย่างจริงจัง “ขอบคุณนะ ปัญญาชนแซ่เสิ่น ผมรู้ว่าวันนั้นคุณพาคนจากกองทัพไปหาผม แล้วก็ให้ยากับผมกิน ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงมายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ บุญคุณครั้งนี้ผมจะจดจำไว้แน่นอน”
เจิงหยวนหลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ปัญญาชนแซ่เสิ่น คุณช่วยชีวิตหนิงอานไว้ ต่อไปเราก็เป็นพวกเดียวกันแล้ว ถ้ามีอะไรที่ผมพอช่วยได้ แค่บอกมาได้เลย”
“ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นหรอก ก็แค่ช่วยนิดหน่อยเอง”
เสิ่นป้านเซี่ยกวาดตามองใบหน้าของลู่หนิงอาน “ดูท่าปัญญาชนลู่จะฟื้นตัวได้ดีทีเดียว”
ตอนนั้นหลังจากช่วยลู่หนิงอานขึ้นมาจากใต้หน้าผา เสิ่นป้านเซี่ยก็ป้อนน้ำพุวิญญาณกับยาให้เขา ช่วยดึงเขากลับมาจากปากประตูยมโลก
แต่เขาบาดเจ็บหนักมาก ทั้งยังอดอาหารมานาน ร่างกายจึงอ่อนแออย่างยิ่ง
แม้จะได้ดื่มน้ำพุวิญญาณแล้ว ก็ยังต้องพักฟื้นให้ดีอีกสักระยะกว่าจะหายเป็นปกติ
