“ว้าว ที่นี่มีเห็ดป่าเยอะมากเลย”
เจิงหยวนหลินพาเสิ่นป้านเซี่ยกับลู่หนิงอานไปพบแหล่งที่เห็ดป่าขึ้นรวมกันอยู่หลายแห่ง ทั้งเห็ดหัวเขียว เห็ดพอร์ชินี เห็ดโคน...
ไม่นานนัก ตะกร้าสะพายหลังของทั้งสามคนก็เต็มไปด้วยเห็ดไม่น้อย
เสิ่นป้านเซี่ยยังฉวยโอกาสเก็บเห็ดส่วนหนึ่งใส่พื้นที่มิติ คิดว่าจะนำกลับไปเพาะปลูก
“หยวนหลิน คุณรู้ได้ยังไงว่ามีเห็ดขึ้นอยู่หลายที่ขนาดนี้”
เสิ่นป้านเซี่ยมาหลังเขาบ่อย ๆ แม้บางครั้งจะเก็บเห็ดได้บ้าง แต่ไม่เคยเจอเห็ดมากมายขนาดนี้มาก่อน
เจิงหยวนหลินยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย “ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยไปอยู่กับตากับยายหลายปี แถวนั้นมีภูเขาลูกหนึ่ง ภูมิประเทศคล้ายกับที่นี่มาก ทุกปีฉันจะไปเก็บเห็ดกับเพื่อน ๆ เลยพอรู้ว่าตรงไหนมีเห็ดขึ้นเยอะ”
ลู่หนิงอานไม่ได้พูดอะไร เพียงตั้งใจฟังเจิงหยวนหลินไปพลาง เก็บเห็ดต่อไปพลาง
เสิ่นป้านเซี่ยเองก็ฟังอย่างสนอกสนใจ วัยเด็กจนถึงวัยรุ่นของเธอล้วนผ่านไปกับการเรียนและฝึกฝนอย่างหนัก เธอจึงอดอิจฉาคนที่มีวัยเด็กสนุกสนานไม่ได้
เจิงหยวนหลินเก็บเห็ดใส่ตะกร้าต่อ “ช่วงที่หนิงอานเกิดเรื่อง ฉันขึ้นเขามาคนเดียวบ่อย ๆ แหล่งเห็ดบางแห่งก็เจอตอนนั้นแหละ”
มือลู่หนิงอานชะงักไป เขาหันมองเพื่อนสนิทที่ยิ้มร่าอย่างไม่คิดอะไร
หลังกลับมา เขาก็ได้รู้เรื่องราวในตอนนั้นมาบ้าง
ช่วงหลายวันที่เขากับเสิ่นป้านเซี่ยหายตัวไป สวี่จื้อซานจัดชาวบ้านกับปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทให้มาช่วยกันตามหาพวกเขาบนหลังเขาหลายครั้ง
แต่ช่วงนั้นฝนตกไม่หยุด ทางก็ลื่นเดินลำบาก แถมซ่งกวนไห่กับหลินเหย่าเหย่ายังคอยขัดขวาง ทุกคนจึงไม่อยากเสี่ยงอันตรายตามหาคนสองคนที่หนีไปด้วยกันเพื่อเลี่ยงงานอีก
