เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นป้านเซี่ยกับสวี่จื้อซาน ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างยืนนิ่งอึ้ง
ชาวบ้านหมู่บ้านต้าสือสองสามคนที่คิดจะจับผิดเสิ่นป้านเซี่ยถึงกับอ้าปากค้าง พวกเขาอยู่มานานขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่าหมอเท้าเปล่าในหมู่บ้านสามารถเลือกคนไข้ได้
แถมยังได้รับอนุมัติจากผู้นำระดับบนอีกด้วย
หรือเป็นเพราะเธอเป็นปัญญาชนต้นแบบที่ผู้นำอำเภอระบุชื่อ จึงมีสิทธิพิเศษอย่างนั้นหรือ?
สายตาที่ทุกคนมองเสิ่นป้านเซี่ยเปลี่ยนไป ไม่ว่าเธอจะมีสิทธิพิเศษหรือไม่ อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่กล้าไปหาเรื่องคนคนนี้
สวี่จื้อซานหันไปมองคนที่ขู่เมื่อครู่ว่าจะไปร้องเรียนเสิ่นป้านเซี่ยที่สหกรณ์ “ยังจะไปร้องเรียนที่สหกรณ์อีกไหม?”
คนนั้นโบกมือรัว ๆ “ไม่ไปแล้ว ไม่ไปแล้ว เมื่อกี้ผมคิดผิดไปเอง”
ล้อเล่นหรืออย่างไร ผู้นำระดับบนยังเห็นด้วยกับการที่เธอไม่รักษาผู้หญิงคนนั้นเลย
ถ้าเขาดันโง่เง่าวิ่งไปร้องเรียนจริง ๆ แล้วเกิดทำให้ผู้นำไม่พอใจขึ้นมา บางทีอาจโดนกลั่นแกล้งเอาได้
แล้วเขาจะได้ประโยชน์อะไร?
ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แถมยังหาเรื่องใส่ตัวเปล่า ๆ
มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะทำเรื่องแบบนี้!
สวี่จื้อซานกวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ป้าหวูกับเอ้อร์โกวจื่อและคนอื่น ๆ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน
“คนจากหมู่บ้านอื่นฉันไม่ยุ่ง แต่ถ้าคนหมู่บ้านต้าเถียนยังมีใครไม่พอใจเรื่องนี้ ต่อไปก็ไม่ต้องไปหาแม่หนูเสิ่นรักษาอีก”
เขาพูดอย่างมั่นใจ ไม่ได้กังวลเลยว่าจะมีใครไปแจ้งเรื่องที่สหกรณ์จริง ๆ
พูดไปแล้วก็ต้องขอบคุณหลินเหยาเหยา เธอเป็นคนก่อเรื่องวุ่นวายมากมายต่อหน้าผู้นำอำเภอในงานประชุมยกย่องด้วยตัวเอง จนความบาดหมางระหว่างเธอกับเสิ่นป้านเซี่ยถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้นำอย่างหมดเปลือก
เรื่องนี้ทำให้เขาคว้าโอกาสไว้ได้ แล้วชี้แจงเหตุผลที่เสิ่นป้านเซี่ยไม่รักษาหลินเหยาเหยาให้ผู้นำอำเภอรับทราบอย่างเป็นทางการ
สวี่จื้อซานเป็นหัวหน้ากองผลิตมาหลายปี อย่างไรก็ย่อมรู้ว่าควรพูดอย่างไรต่อหน้าผู้นำ
เขาไม่ได้เล่าคำพูดของเสิ่นป้านเซี่ยให้ผู้นำฟังตามตรง แต่ปรุงแต่งถ้อยคำเสียเล็กน้อย
