หลินเหย่าเหย่าเขียนจดหมายเสร็จแล้วก็กินขนมถั่วเหลืองอบกรอบไปอีกสองชิ้น ดื่มน้ำจากกระติกพอประทังความหิว
เมื่อนึกถึงภาพที่เซี่ยฮุ่ยกับคนอื่น ๆ ทำอาหารด้วยกันอย่างกลมเกลียวเมื่อครู่ หลินเหย่าเหย่าก็อดรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาอีกไม่ได้
เซี่ยฮุ่ยก็จริง ๆ เลย วันนี้ถึงตาพวกเธอสองคนทำอาหารแท้ ๆ แต่กลับไม่เตือนเธอสักคำ
ทำให้พอเธอกลับมาก็ถูกเซี่ยน่ากับเฉินเยี่ยน สองยายบ้าชี้หน้าด่า คนอื่น ๆ ยังพูดจาประชดประชัน ราวกับเธอตั้งใจหลบเลี่ยงงานทำอาหารอย่างนั้นแหละ
เซี่ยน่ากับเฉินเยี่ยนไม่ถูกกับเธออยู่แล้ว คราวนี้คงคิดว่าจับจุดอ่อนของเธอได้ ไม่รู้ว่าลับหลังจะเอาเธอไปพูดเสีย ๆ หาย ๆ อย่างไรบ้าง
อีกอย่าง เซี่ยฮุ่ยทำอาหารคนเดียวก็ได้อยู่แล้ว
ทำไมไม่รีบ ๆ ทำให้เสร็จเงียบ ๆ ไป จะต้องทำให้คนทั้งเรือนปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทรู้เรื่องนี้ไปทำไม?
อุตส่าห์เป็นหัวหน้ากลุ่มปัญญาชนหญิงที่ไปอยู่ชนบทแท้ ๆ ไม่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนอื่นหรอกหรือ?
ทำไมใจกว้างสักนิดไม่ได้ แค่เรื่องเล็กน้อยก็ต้องคิดเล็กคิดน้อยด้วย?
ยิ่งคิด หลินเหย่าเหย่าก็ยิ่งรู้สึกว่าเซี่ยฮุ่ยจงใจทำแบบนั้นวันนี้ บางทีภาพคนใจดีที่เห็นเป็นประจำก็อาจเป็นแค่การเสแสร้ง
ไม่อย่างนั้น ตอนเซี่ยน่ากับเฉินเยี่ยนร่วมมือกันป้ายความผิดที่ไม่มีมูลให้เธอ เซี่ยฮุ่ยจะเงียบกริบไปทำไม?
หลินเหย่าเหย่ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหลือเกิน เธอไม่น่ามาชนบทในที่เฮงซวยนี่เลย
