“ป้านเซี่ย...”
เสียงผู้ชายเสียงหนึ่งขัดจังหวะความคิดของเสิ่นป้านเซี่ย เธอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นถังสื่อหมิงมายืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร
เสิ่นป้านเซี่ยยังไม่ทันเอ่ยปาก เจิงหยวนหลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เลิกคิ้วขึ้น
“ปัญญาชนถัง คุณคงไม่ได้มาหาเรื่องป้านเซี่ยเพราะหลินเหยาเหยาใช่ไหม?”
ลู่หนิงอานไม่ได้พูดอะไร แต่ก็จับจ้องถังสื่อหมิงไม่วางตา
ดูท่าแค่ถังสื่อหมิงตอบว่า “ใช่” คำเดียว ลู่หนิงอานก็คงไม่ปล่อยเขาไว้แน่
แม้แต่ตู้จงที่กำลังคุยกับหยวนเทาอยู่ไม่ไกล ยังเหลือบมองมาทางนี้อย่างไม่ใส่ใจนัก ส่วนอู๋หรงเซิงที่อยู่ข้างเขาก็จ้องมาทางนี้อย่างระแวดระวัง
ชาวบ้านกับปัญญาชนที่แอบยืนดูเรื่องสนุกอยู่ด้านข้างต่างก็คิดว่า...
ต่อให้ถังสื่อหมิงอยากหาเรื่องเสิ่นป้านเซี่ย ก็ต้องมีฝีมือพอเสียก่อน
คราวก่อนนายทหารคนนั้นอยากช่วยหลินเหยาเหยาหาเรื่องเสิ่นป้านเซี่ย ยังถูกเตะกระเด็นไปในทีเดียว
ผู้ชายคนนั้นดูแข็งแรงกว่าถังสื่อหมิงเสียอีก ต่อให้มีถังสื่อหมิงสิบคนก็ยังสู้เสิ่นป้านเซี่ยไม่ได้
ถังสื่อหมิง “...ผมมาเพื่อขอโทษแทนเหยาเหยา”
เจิงหยวนหลินร้อง “อ้อ” แล้วว่า “งั้นก็ขอโทษสิ”
พูดจบ เขาก็ไม่รู้ไปควักเมล็ดแตงมาจากไหน กำหนึ่งยังแบ่งให้ลู่หนิงอานด้วย ท่าทางเหมือนกำลังนั่งดูละครสนุก
ถังสื่อหมิง “...”
เจิงหยวนหลินคนนี้ทำไมถึงได้น่ารำคาญอยู่ตลอดเลยนะ?!
ถังสื่อหมิงสูดหายใจลึก บอกตัวเองว่าอย่าไปถือสาคนอย่างเจิงหยวนหลิน
“ป้านเซี่ย เรื่องนี้เหยาเหยาทำไม่ถูกจริง ๆ ผมขอโทษแทนเธอ”
เสิ่นป้านเซี่ยมีสีหน้าเรียบเฉย “ถ้าคำขอโทษใช้ได้ผล แล้วจะมีตำรวจไว้ทำไม?”
