ถังเย่าตงวางหนังสือพิมพ์ในมือลง แล้วหันไปมองสวี่หง “เตรียมของครบแล้วหรือยัง?”
“ฉันเอาชาชั้นดีที่พี่ใหญ่ให้คราวก่อนออกมาแล้ว มีขนมไหว้พระจันทร์ที่ฉันทำเองด้วย แล้วก็แฮมชิ้นนี้ เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว”
สวี่หงหยิบแฮมชิ้นหนึ่งออกมา แล้วบรรจุลงหีบอย่างทะนุถนอม
“เดิมทีฉันคิดว่ากินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วจะไปเลย แต่ผู้อำนวยการโจวบอกว่าเมื่อเช้าคุณปู่ฟางให้ทหารรับใช้ไปเรียกปั้นเซี่ยแล้ว คงต้องกินมื้อเที่ยงเสร็จถึงจะกลับมา พวกเราคงต้องไปช่วงบ่ายแทน”
ก่อนหน้านี้ไม่รู้ก็แล้วไป แต่ตอนนี้พวกเขารู้กันหมดแล้วว่าเสิ่นป้านเซี่ยช่วยชีวิตถังสื่อหมิงไว้ แน่นอนว่าทั้งครอบครัวต้องหอบของขวัญไปขอบคุณถึงบ้าน
แม้ถังเย่าตงกับเสิ่นเจิ้นจะสนิทสนมกันถึงขั้นยอมตายแทนกันได้ และสองครอบครัวก็มีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด แต่ความสนิทสนมก็ส่วนความสนิทสนม บุญคุณช่วยชีวิตก็ส่วนบุญคุณช่วยชีวิต จะเอามาปะปนกันไม่ได้
ของขอบคุณย่อมต้องจัดเตรียมอย่างดี จะได้แสดงความจริงใจอย่างเต็มที่
ถังเย่าตงพยักหน้า ก่อนหันไปมองถังสื่อหมิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “เสี่ยวหมิง บ่ายนี้ไปขอบคุณที่บ้านตระกูลเสิ่นกับพ่อและแม่ด้วยนะ”
ถังสื่อหมิงขานรับเบา ๆ ว่า “อืม” โดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
ถังเย่าตงเงยหน้าขึ้น ก็เห็นรอยคล้ำใต้ตาเป็นปื้นใหญ่กับเส้นเลือดฝอยแดงก่ำในดวงตาของถังสื่อหมิง
“เมื่อคืนหลับไม่ดีหรือ?”
ถังสื่อหมิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบตามตรง “ผมแค่นึกถึงเรื่องบนรถไฟ ก็เลยนอนดึกไปหน่อย”
เมื่อคืนเขานอนไม่ดีจริง ๆ ตอนนี้ทั้งตัวจึงดูอ่อนระโหยโรยแรง
หลังถังเย่าตงกับสวี่หงกลับจากชมการแสดงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ทั้งคู่ก็รีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ถังสื่อหมิงฟังทันทีที่ถึงหอประชุมใหญ่
