หลินเหย่าเหย่าได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เกรงใจเหล่านั้น แก้มก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ราวกับถูกคนถลกหนังต่อหน้าธารกำนัล
แม้ก่อนหน้านี้จะเคยถูกคนบนรถไฟวิจารณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นไม่เหมือนกับตอนนี้
คนบนรถไฟล้วนเป็นคนแปลกหน้า มีความเป็นไปได้สูงว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอกันอีก ถูกพูดถึงไม่กี่คำก็ไม่เจ็บไม่คัน อดทนสักหน่อยก็ผ่านไป
แต่คนที่กำลังเหน็บแนมและชี้ไม้ชี้มือใส่เธออยู่ตอนนี้ ล้วนเป็นคนในเขตบ้านพักแห่งนี้
หลินเหย่าเหยากับหลี่หลานฮวาอาศัยอยู่ในเขตบ้านพักมาหลายปี จึงถือที่นี่เป็นบ้านของตัวเองไปนานแล้ว
เพราะเรื่องที่เสิ่นป้านเซี่ยกับโจวอวี้เฟินก่อขึ้น ตอนนี้ในเขตบ้านพักก็มีข่าวลือเกี่ยวกับเธอแพร่สะพัดอยู่ไม่น้อย
เธอไม่อยากถูกเพื่อนบ้านมองเป็นตัวตลกไปตลอด
แน่นอนว่ายังมีเรื่องสำคัญที่สุดอีกข้อ ตอนนี้สวี่หงก็ยืนฟังอยู่ที่นี่ด้วย
หลินเหย่าเหยาตั้งใจจะแต่งเข้าตระกูลถัง ย่อมปล่อยให้แม่สามีในอนาคตมีความรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองไม่ได้
แม้แต่เดิมสวี่หงก็ไม่ได้มีความประทับใจต่อเธอดีนัก แต่อย่างน้อยถ้ากู้กลับมาได้สักนิดก็ยังดี
หลินเหย่าเหยากำลังจะเอ่ยปากอธิบายสักสองสามคำ เพื่อปัดความผิดที่คนเหล่านี้ยัดเยียดให้เธอออกไป
เสิ่นป้านเซี่ยพลันพูดขึ้นว่า “หลินเหย่าเหยา ฉันจำได้ว่าที่สถานีรถไฟเธอยอมรับแล้วว่าเป็นคนผลักคนอื่น ทั้งยังบอกด้วยว่าถ้าได้เจอพี่สู่เหยากับมู่มู่อีกครั้ง จะขอโทษพวกเธอจากใจจริง”
เธอมองหลินเหย่าเหยา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “ตอนนี้พวกเธอก็ได้เจอกันอีกแล้ว ช่างมีวาสนาต่อกันจริง ๆ ดูท่าคำขอโทษครั้งนี้ของเธอคงเลี่ยงไม่พ้นแล้วละ”
