“ปัญญาชนแซ่เสิ่น พวกเราตั้งใจจะเขียนหนังสือเสนอให้กองผลิตยกย่องเธอ คราวนี้เธอช่วยชีวิตคนในหมู่บ้านไว้กี่คนแล้วล่ะ? เธอเป็นทั้งตัวแทนของหมู่บ้านและตัวแทนของปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบท พวกเราควรฉวยโอกาสครั้งนี้ประชาสัมพันธ์เรื่องของเธอให้ดี”
คนเราเมื่อเจอเรื่องน่ายินดี ย่อมสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสองวันนี้ตัวก่อเรื่องสองคนนั้นไม่อยู่ในหมู่บ้านหรือเปล่า สวี่จื้อซานถึงได้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ แถมสมองยังเหมือนจะปลอดโปร่งขึ้นด้วย
คราวนี้ปัญญาชนแซ่เสิ่นกับพวกพ้องกำจัดหมูป่าได้ ก็เท่ากับขจัดภัยร้ายที่ชาวบ้านหวาดหวั่นไปด้วย
ไม่เพียงช่วยชีวิตคนในหมู่บ้าน แต่ยังปกป้องทรัพย์สินส่วนรวมอีกด้วย
วีรกรรมเช่นนี้ไม่ควรปิดบังไว้ ควรรายงานขึ้นไปต่างหาก
เบื้องบนหวังให้ชาวบ้านยอมรับปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทจากใจจริง และอยู่ร่วมกับพวกเขาอย่างเป็นมิตร เพื่อให้คนหนุ่มสาวเหล่านั้นกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินนี้อย่างแท้จริง และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงกับความหวังที่จับต้องได้แก่ท้องถิ่น
เสิ่นป้านเซี่ยมีชาติกำเนิดดี คราวนี้ยังช่วยหมู่บ้านกำจัดหมูป่าได้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ได้รับธงเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานตำรวจเมืองชางสุ่ยและสหกรณ์ตงหยาง
หมู่บ้านต้าเถียนมีปัญญาชนหัวก้าวหน้าอย่างเธออยู่ ย่อมแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านกับปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทเข้ากันได้ดี ไม่แน่ว่าอาจได้รับเลือกเป็นแบบอย่างด้วยซ้ำ
เมื่อคืนสวี่จื้อซานเกิดความคิดนี้ขึ้นมา ก็ยินดีเสียจนแทบไม่ได้นอนทั้งคืน
เช้าวันนี้เขารีบกินอาหารเช้าแล้วมาหาเสิ่นป้านเซี่ย เพื่อบอกความคิดของตนให้เธอฟัง
