กู้จื่ออี้มองริมฝีปากของกู้หมิงที่กลับมามีสีเลือดฝาด และสีหน้าที่ผ่อนคลายลงแล้ว ก็รู้สึกยินดีขึ้นมาในใจ
ช่วงนี้อาการแน่นหน้าอกของพ่อกำเริบบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยไปหาหมอหาน แต่ยาที่หมอหานสั่งให้ก็ไม่ค่อยได้ผล ทำได้เพียงฝืนทนให้ผ่านไป
หมอหานแนะนำว่าควรไปตรวจที่โรงพยาบาลในเมืองหลวง แต่สถานการณ์ของพวกเขาเช่นนี้ ไม่มีทางไปได้เลย
เมื่อเห็นสุขภาพของกู้หมิงอ่อนแอลงทุกที กู้จื่ออี้ก็ร้อนใจ แต่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
วันนี้ที่ขึ้นเขามาล่าสัตว์ ก็เพราะอยากจับไก่ป่ากลับไปบำรุงร่างกายให้พ่อ
ไม่คิดเลยว่า นอกจากจะจับไก่ป่าได้แล้ว ยังได้พบผู้มีพระคุณอีกด้วย
“พ่อครับ สหายท่านนี้เป็นคนช่วยพ่อไว้”
ดวงตาของกู้จื่ออี้ชื้นขึ้นเล็กน้อย “สหาย ขอบคุณที่ช่วยพ่อผมนะครับ”
กู้หมิงมองเสิ่นป้านเซี่ยเช่นกัน เขาไม่คิดเลยว่าผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตนไว้จะเป็นสหายหญิงอายุน้อยขนาดนี้
“สหาย ขอบคุณนะครับ ช่วงสองสามวันนี้ผมรู้สึกแน่นหน้าอก อึดอัดอยู่ตลอด แต่ตอนนี้เหมือนสิ่งที่กดทับอยู่ในอกถูกยกออกไปหมดแล้ว รู้สึกโล่งสบายขึ้นมาก”
ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขารู้สึกเบาสบายถึงเพียงนี้
เสิ่นป้านเซี่ยยิ้มกล่าวว่า “กลับไปแล้วอย่าทำงานหนักเกินไป พักฟื้นร่างกายให้ดี ห้ามคิดมาก และอย่าปล่อยให้อารมณ์พลุ่งพล่านเกินไปด้วยนะคะ”
กู้หมิงกับกู้จื่ออี้สัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีอย่างเต็มเปี่ยมจากคำกำชับของเธอ จึงเอ่ยขอบคุณไม่หยุด
