“นักบัญชีหวังบอกว่าหวังเจี้ยนกั๋วพักฟื้นอยู่บ้านอีกสักระยะ ก็กลับไปทำงานเหมือนเมื่อก่อนได้แล้ว”
“มิน่าล่ะ ทั้งนักบัญชีหวังกับภรรยาถึงได้ยิ้มหน้าบาน เมื่อครู่เห็นทั้งคู่หิ้วตะกร้าไข่ไก่ไปทางสถานีอนามัย คงไปขอบคุณปัญญาชนแซ่เสิ่นแน่ ๆ”
“นี่เป็นบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ สมควรให้ของตอบแทนอยู่แล้ว ไข่ไก่ตะกร้าเดียวถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ”
“ปัญญาชนแซ่เสิ่นเก่งจริง ๆ มีเธอเป็นหมอเท้าเปล่าอยู่ในหมู่บ้านแล้วก็อุ่นใจขึ้นเยอะ”
หลินเหย่าเหย่าซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก ดวงตาคู่นั้นลุกวาวราวกับจะพ่นไฟ
สองวันที่ผ่านมาไม่มีข่าวของหวังเจี้ยนกั๋ว ทำให้คนบางส่วนแอบคาดเดาว่าอาการของเขาคงไม่ค่อยดีแล้ว
พอหลินเหย่าเหย่าได้ยิน เธอก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ทั้งยังแอบภาวนาให้หวังเจี้ยนกั๋วบาดเจ็บหนักกว่านี้ จนต่อไปทำงานไม่ได้อีกเลย
แน่นอนว่า ทางที่ดีเขาอย่ากลับมาอีกเลย
หลินเหย่าเหย่าเคยได้ยินแม่เล่าว่า ที่โรงพยาบาลเคยมีคนไข้คนหนึ่งผ่าตัดสำเร็จดี แต่หลังผ่าตัดกลับเสียชีวิตเพราะติดเชื้อ
ถึงตอนที่หวังเจี้ยนกั๋วอยู่ในหมู่บ้าน อาการจะควบคุมได้แล้ว แถมยังถูกส่งไปโรงพยาบาลอำเภอ แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาล่ะ
แม้จะรู้ว่าคิดแบบนี้ไม่ค่อยมีศีลธรรม แต่หลินเหย่าเหย่าก็อยากได้งานคนจดคะแนนมากเหลือเกิน
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าตัวเองคงถูกสวี่จื้อซานหมายหัว
ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกจัดให้ไปทำแต่งานหนักแทบตาย แถมยังไม่ได้ประโยชน์อะไรทุกวัน
