หลินเหย่าเหย่าโมโหจนแทบกระอักเลือด ทั้งที่ชาวบ้านผู้หญิงพวกนี้ถูกเธอจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังนินทาเธอลับหลัง
ไม่ขอโทษไม่ยอมรับผิดก็แล้วไปเถอะ แต่นี่อะไร ยังกลับคำใส่ร้ายเธออีกหรือ?
“แอบฟังอะไรกัน? ที่นี่คนเดินเข้าออกกันขวักไขว่ ถ้าพวกคุณไม่พูดกันตรงนี้ ฉันจะได้ยินหรือไง?”
ปกติหลินเหย่าเหย่าต้องรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าคนอื่น จึงมักทำตัวอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจผู้คน น้ำเสียงก็แผ่วเบานุ่มนวล
แต่ตอนนี้ความโกรธและความริษยาในใจทำให้เธอขาดสติ ไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ว
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งมองหลินเหย่าเหย่าอย่างดูแคลน “ได้ยินแล้วจะทำไมล่ะ พวกฉันก็ไม่ได้พูดมั่วเสียหน่อย”
คนอื่น ๆ พากันคล้อยตาม “เมื่อกี้พวกฉันก็แค่ชมปัญญาชนเสิ่นไม่กี่คำเอง ไม่ได้เจาะจงพูดให้เธอฟังสักหน่อย ถ้าไม่ชอบฟังก็ไปยืนที่อื่น อย่ามารบกวนพวกฉัน”
“นั่นสิ พวกฉันก็ไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย เห็นว่าปัญญาชนเสิ่นหน้าตาสวย นิสัยก็ดี เลยชมเธอแล้วมันผิดตรงไหน? ใครเป็นคนกำหนดว่าห้ามชมคนลับหลัง?”
